Official Update :

KEX-BA-ANAN นำแก๊ง 9 หุ้นเลือดสาด! นักวิเคราะห์หั่นกำไรปี 65 ลงสูงสุดเฉียด 100%

หลังจากประกาศงบไตรมาส 2/65 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมากันแล้ว กลางปัจจัยกดดันที่เข้ามากระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้บริษัทรายงานกำไรออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์ต่างทยอยปรับคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนของหลายๆบริษัท ลงจากเดิมอีกด้วย


ทั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นที่ค่าเฉลี่ยประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลงมากสุด 9 อันดับแรก (ไม่รวมกองทุนฯ) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นข้อมูลเปรียบเทียบที่แสดงเป็นค่ามัธยฐานของการประมาณการทั้งหมด โดยจะแสดงเฉพาะหุ้นที่มีโบรกเกอร์ส่งการประมาณการเข้ามาตั้งแต่ 3 โบรกเกอร์ขึ้นไป และเป็นข้อมูลประมาณการ ณ วันที่ 24 ส.ค.65 


จากการตรวจสอบข้อมูลผ่าน www.settrade.com พบว่า 3 อันดับแรกที่ถูกปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2565 ลงมากสุด พบว่า KEX ถูกนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์กำไรเป็นขาดทุนสูงถึง 1,801.50 ล้านบาท จากเดิมที่คาดขาดทุนสุทธิ 901.4 ล้านบาท ตามด้วย BA จากเดิมคาดขาดทุนราว 1,170.40 ล้านบาท แต่ล่าสุดคาดที่ 2,238.20 ล้านบาท และANAN จากเดิมคาดกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท แต่ถูกปรับเหลือเพียงคาดกำไรสุทธิ 31.1 ล้านบาท



สำรวจปัจจัยพื้นฐาน

KEX

บล. กรุงศรี เปิดเผยว่า แนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 19.50 บาท ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมาแรงในช่วงสองสามเดือนมานี้ไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัท เพราะผลขาดทุนในไตรมา 2/65 หนักกว่าทุกไตรมาสในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมองว่าประมาณการปีนี้ของฝ่ายว่าจัยยังมีความเสี่ยงด้าน downside อีก เพราะบริษัทยังคงใช้กลยุทธ์ด้านราคาต่อไป โดยลดราคาเริ่มต้นลงไปอีกเหลือเพียง 15  บาท จากเดิมที่ 19 บาท ดังนั้น จึงปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย และคงราคาเป้าหมายเอาไว้เท่าเดิมที่ 19.50 บาท



BA

บล. โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 10.20 บาท โดยคาดผลประกอบการฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมัน การแพร่ระบาดโรคใหม่ๆ และการบริหารต้นทุนให้เหมาะสมกับ Demand การเดินทางที่ฟื้นตัว ซึ่งยังคาดปี 2565 BA มีผู้โดยสารใช้บริการ 2.5 ล้านคน และรายได้ฟื้น 272%จากปีก่อน เป็น 10,105 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีผลขาดทุนสุทธิ 2.2 พันล้านบาท จากแรงกดดันทางด้านต้นทุน (โดยเฉพาะราคาน้ำมัน) และยังคาดปี 2566 ผลขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 741 ล้านบาท จากรายได้ฟื้น 57%จากปีก่อน เป็น 15,830 ล้านบาท



ANAN

บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า ปรับประมาณการปี 2565 หลังครึ่งแรกของปี 65 ขาดทุนปกติ 320 ล้านบาท ทำให้ปีนี้น่าจะยังขาดทุนราว 100 ล้านบาท โดยคาดพลิกมีกำไรในครึ่งหลังของปี 65 หนุนจากการขายโอนฯ สินค้าพร้อมอยู่, การโอนฯต่อเนื่องของ IDEO จรัญฯ 70 (JV) ที่เริ่มปลายไตรมาส 2/65 และโครงการที่กำลังเสร็จอีก 2 โครงการ คือ IDEO พระราม 9-อโศก (JV) ก.ย. นี้ และโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอนฯ ของบริษัทอย่าง Coco Parc งวดไตรมาส 4/65


อย่างไรก็ตามแนะนำ SWITCH มีตัวเลือกอื่นที่มีความมั่นคงมากกว่าในเชิงพื้นฐานธุรกิจและการเงิน โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2565 ที่ 1.21 บาท ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และแม้จะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการครึ่งหลังของปี 65 แต่ยังมีความไม่แน่นอน ตัวแปรสำคัญคือการโอนฯ โครงการใหม่จะได้ตามแผนหรือไม่ ขณะที่แผนเปิดโครงการใหม่จำนวนมากในครึ่งหลังของปี 65 นำไปสู่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกดดันกำไรอยู่ในระดับต่ำ

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”