GPSC- BGRIM เด้งรับค่า Ft ปรับขึ้นวันแรก โบรกฯ มองขึ้นทุก 1 สตางค์ หนุนกำไร 21-60 ล้านบาท แนะนำทยอยสะสม ลงทุนเพื่อรอรับการเติบโต
ราคาหุ้น GPSC- BGRIM วันนี้มีข่าวดี หลังการปรับขึ้นขึ้นค่า Ft เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยหน่วยละ 4.72 บาท (เดิมเฉลี่ยหน่วยละ 4 บาท) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก (ตั้งแต่ 1 กันยายน- 31 ธันวาคม) ซึ่งนักวิเคราะห์ออกมามามองว่า Ft ที่ปรับขึ้นทุกๆ 1 สตางค์ จะส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 21-60 ล้านบาท/ปี
มุมมองของบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แจ้งการปรับขึ้นค่าเอฟทีอีก 68.66 สต./หน่วย เป็น 93.43 สต.2565 จากงวดก่อนหน้าที่ 24.77 สต. ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานและค่าอื่นๆ จะทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยหน่วย 4.72 บาท (เดิมเฉลี่ยหน่วยละ 4 บาท) โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน- 31 ธันวาคม
โดยภาพรวมการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ft) ดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยบบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP โดยเฉพาะ GPSC (แนะ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 80 บาท) ที่มีสัดส่วนส่วนขายไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ราว 26% และ BGRIM (แนะ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 44 บาท) ที่มีสัดส่วนส่วนขายไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ราว 23% ของรายได้จากขายไฟฟ้าโดยรวม ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยบรรเทาผลจากราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 65
สำหรับ GPSC ค่า ft ที่ปรับขึ้นทุกๆ 1 สตางค์ จะส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 60 ล้านบาท/ปี ส่วนราคาก๊าซฯที่ปรับขึ้นทุกๆ 1 บาท/ล้านบีทียู จะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรลดลงราว 30 ล้านบาท/ปี และในส่วนของ BGRIM ค่า ft ที่ปรับขึ้นทุกๆ 1 สตางค์ จะส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 21 ล้านบาท/ปี ขณะที่ราคาก๊าซฯที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาท/ล้านบีทียู จะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรลดลงราว 17 ล้านบาท/ปี
แม้การปรับขึ้นค่า ft ในรอบดังกล่าวคาดจะยังไม่ได้ช่วยชดเชยผลของต้นทุนก๊าซที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรงตามสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยและพม่าที่ลดลงไปได้ทั้งหมด แต่ภาพรวมคาดจะช่วยให้อัตรากำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 65 ของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก 65 และคาดจะเริ่มทยอยกลับสู่สภาวะปกติในช่วงปี 2566 ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดจะปรับตัวลงสู่สมดุล supply และ demand ที่แท้จริง
ดังนั้น ในส่วนของ GPSC และ BGRIM แม้ภาพรวมกำไรในปี 2565 จะเห็นการปรับตัวลดลงจากปีก่อน แต่คาดจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดของปีในช่วงไตรมาส 1/65 มาแล้ว จึงแนะนำให้หาจังหวะทยอยสะสมลงทุนรับการเติบโตในระยะยาว
