Official Update :

สแกน 6 หุ้น ธีมลงทุน “Defensive Stock” เอาตัวรอดยามตลาดผันผวน รีบซื้อ...ก่อนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน และกังวลกับตัวเลขเงินเฟ้อของหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว และการเร่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ที่ส่งผลกระทบมายังตลาดหุ้นไทย นักวิเคราะห์จึงแนะนำลงทุนในธีมหุ้น “Defensive Stock” เพื่อเอาตัวรอดยามตลาดหุ้นผันผวน เพราะจากสถิติบ่งชี้ชัดว่าหุ้นธีมนี้ Outperform อยู่เสมอ


หลังจากที่ทางสหรัฐรายงานตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจอย่าง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนส.ค.โดยสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 8.1% ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกดิ่งลงอย่างหนัก


ไม่ว่าจะเป็นดัชนี Dow Jones ร่วงไปกว่า -1,300 จุด และ Nasdaq -5.2% ขณะที่ Bitcoin ก็หลุด 20,000 เหรียญสหรัฐ รวมถึงดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดในภาคเช้าวันที่ 14 ก.ย. หลังจากรู้ผลของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐแล้วก็ดิ่งตัวลงไปแรกกว่า 17% ตอบรับข่าวตัวเลขเงินเฟ้อ และเฟดมีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อในสัปดาห์หน้าที่ 0.75-1%


โดย บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่าในช่วงสถานการณ์ที่สภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงของความกังวลเรื่องเงินเฟ้อของสหรัฐ และการคาดการณ์ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยที่ทางเฟดจะประกาศปรับขึ้นที่ระดับ 0.75-1% นั้น จึงแนะนำกลยุทธลงทุนในธีมหุ้น Defensive


สำหรับหุ้นในธีม Defensive ได้แก่ ADVANC-RATCH-GUNKUL-GPSC-BDMS และ BH โดยนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive


ขณะเดียวกันการลงทุนในระยะถัดไปจะง่ายขึ้น เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าทางเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปที่ระดับ 0.75-1% ซึ่งถือว่าเป็นการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สูงสุดแล้ว โดยหากย้อนในอดีตช่วงที่ตลาดกังวลกับภาวะเงินเฟ้อกลุ่มที่จะ Outperform ได้ดีคือกลุ่มประกัน ธนาคาร โรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว และการแพทย์ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้จึงเน้นลงทุนในกลุ่ม Defensive ไว้ก่อน แต่หลังจากประชุมเฟดตลาดจะกลับมาเคลื่อนไหวได้ขึ้น


โดย ADVANC กลุ่มสื่อสารมีรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งได้ประโยชน์เช่นกันจากการปรับขึ้นค่าแรงทั่ว ประเทศส่งผลบวกต่อกำลังซื้อของประชาชนในต่างจังหวัด ขณะที่ การเข้าซื้อธุรกิจ Internet Broadband ของ JAS จะช่วยเสริมการเติบโตในระยะยาว ราคาปัจจุบันให้ Dividend Yield ราว 4% ต่อปี


ส่วน RATCH ราคาหุ้นมีความถูกในเชิง Valuation ที่ ระดับ PER2566 เพียง 7.4 เท่า และให้ Dividend Yield 5% ต่อปี ขณะที่ กำไรปี 2566 เราคาดเติบโต 70% จากปี 65 เป็น 1.25 หมื่นล้านบาท รวมทั้ง มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว คือ โอกาสถูกเพิ่มเข้าสู่ SET50 ซึ่งจะประกาศในช่วงกลางเดือน ธ.ค


สำหรับ GUNKUL ความคืบหน้าของแผนพัฒนาผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศหรือ PDP ในเดือน ก.ย. หรือ ต.ค. คาดส่งผลให้มีการประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ล็อตแรกราว 4,500 MW ได้แก่ โรงไฟฟ้า พลังงานลม และ Solar Farm เราคาดว่า GUNKUL เป็นบริษัทที่มีศักยภาพสูงในการเข้า ประมูลและถือเป็น Upside ต่อประมาณการกำไร


ขณะที่ GPSC การปรับขึ้นค่า  Ft ในเดือน ก.ย.- ธ.ค.2565 ช่วยชดเชยต้นทุนราคา LNG ที่เพิ่มขึ้นหนุนให้แนวโน้มกำไรในงวดครึ่งปีหลังฟื้นตัวได้ดีกว่าในงวดครึ่งปีแรก และ BDMS นักวิเคราะห์มองว่าในงวดปี 2565 กำไรจะเป็นนิวไฮ และจะได้ฐานลูกค้าใหม่จะกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมากขึ้น



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่