Official Update :

BCPG ราคา 1 ปีย้อนหลังดิ่งกว่า 27.86% โบรกฯ ยังให้ “ซื้อ” รับค่า Ft พุ่ง แต่ต้นทุนไม่ขึ้นตาม

ธุรกิจพลังงานอย่างโรงไฟฟ้าเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจและความนิยมจากนักลงทุนทั่วไปเป็นอันดับต้น ด้วยจุดเด่นของผลการดำเนินงานที่มีความเสถียรภาพและการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ


แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการใช้ที่ลดลงจนสะท้อนมายังราคาหุ้นด้วยเช่นกัน


ซึ่ง BCPG เองก็มีการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หากมองย้อนกลับไป 1 ปีย้อนหลังถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 21 ก.ย. 65)ราคาหุ้นลดลงถึง 27.86% จนราคามาอยู่ที่ 10.10 บาท


ทั้งนี้นักลงทุนหลายคนก็อาจเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า BCPG จะถึงเวลาลงทุนต่อหรือไม่ ทาง Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ


โดยฝ่ายวิจัยของบล.เอเซียพลัส ให้คำแนะนำว่าช่วงสั้นยังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยเน้นหาจังหวะทยอยสะสมลงทุนเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว แต่ปรับประเมินราคาพื้นฐานใหม่ปี 2565 ลงมาอยู่ที่ 13.0 บาท จากเดิมที่ 15.0 บาท เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของตลาดและภาคอุตสาหกรรมในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความผันผวนมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา และนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในทิศทางขาขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังไม่รวมมูลค่าโครงการโซลาร์ไต้หวันที่คาดจะเริ่มเซ็น PPA และทยอยดำเนินการเชิงพาณิชย์เข้ามาชดเชยรายได้สัญญาขายไฟที่จะทยอยหมดในช่วง 1-2 ปีนี้ได้เป็นส่วนใหญ่


สำหรับในช่วงสั้นหรือไตรมาส 3/65 คาดทิศทางกำไรปกติจะเห็นการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง มีปัจจัยหนุนหลักจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศลาว และการรับรู้โครงการสัญญาขายไฟ Yabuki 20 เมกะวัตต์ ได้เต็มไตรมาสในครั้งแรก รวมถึงแรงหนุนบางส่วนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลลมในประเทศไทยและฟิลิปปินส์


ถึงแม้ว่ากลุ่มโครงไฟฟ้า solar จะผลิตไฟฟ้าได้น้อยลงตามค่าความเข้มแสงที่เริ่มอ่อนตัว และโครงการ BCPG2 กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 30.0 เมกะวัตต์ จะมีสัญญาขายไฟหมดลงในเดือน ก.ค. 2565 ก็ตาม จึงคงประมาณการกำไรปกติปี 2565 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาทลดลงจากปีก่อน 10.2%


ด้านนักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ ให้คำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมกับราคาเป้าหมายที่ 16.20 บาท โดยในระยะสั้นบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้น Ft เนื่องจากโรงไฟฟ้าในระบบสัญญาขายไฟจำนวน 142 เมกะวัตต์หรือคิดเป็นการผลิตไฟฟ้าราว 65-75 ล้านหน่วยต่อไตรมาส มีอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่แปรผันตาม Ft โดยต้นทุนไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตาม


ทางด้านแผนการลงทุนในโครงการใหม่ๆของบริษัท แม้จะล่าช้ากว่าแผนเดิม แต่บริษัทยังคงเป้าการลงทุนใน 5 ปี ที่ 9.5 หมื่น ล้านบาท (รวมในประมาณการแล้ว 5.8 หมื่นล้านบาท) ซึ่งส่วนมากเน้นลงทุนใน 3 ปีนี้(ปี 65-67) มุ่งสู่เป้ากำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์จากปัจจุบันดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 390 เมกะวัตต์และอยู่ในแผนอีก 719 เมกะวัตต์เพื่อชดเชยรายได้จากสัญญาขายไฟในไทยที่ทยอยหมดลงในช่วงปี 64- 67 ขณะที่ด้านฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง มีเงินสด 2.2 หมื่นล้านบาท พร้อมสำหรับการลงทุนที่บริษัทวางแผนไว้

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม