Official Update :

คัดหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศ รับท่องเที่ยวฟรีวีซ่า

หากย้อนกลับไป ต้องยอมรับว่า Covid-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศ ต้องปิดการเดินทางระหว่างประเทศลง และกิจกรรมภายในประเทศก็เช่นกัน แต่สถานการณ์ล่าสุดการแพร่ระบาด Covid-19 มีทิศทางคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง หรือเรียกง่ายๆว่า เริ่มจะเข้าสู่ภาวะใกล้ปกติกันแล้ว ทำให้รัฐบาลในหลายๆประเทศได้ทยอยเปิดประเทศมากขึ้น


ทั้งนี้ญี่ปุ่นก็เช่นกัน ที่ล่าสุดประกาศรับฟรีวีซ่าท่องเที่ยวรายบุคคล (ไม่ผ่านกรุ๊ปทัวร์) ตั้งแต่ 11 ต.ค. นี้เป็นต้นไปโดยเจแปนไทมส์ รายงานว่า นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวระหว่างเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติว่า ญี่ปุ่นจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวฟรีวีซ่า ให้เข้าไปเที่ยวได้เองไม่ต้องผ่านบริษัททัวร์ และยกเลิกการจำกัดจำนวน 50,000 คนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม เป็นต้นไป


โดยต้องยอมรับว่าประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอีกนึ่งประเทศยอดนิยมในการไปเที่ยวอย่างมากของนานาประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยก็เช่นกัน ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่น ประกาศนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชัดเจนแบบนี้ หุ้นกลุ่มไหนบ้างที่จะได้รับผลบวก Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว


มุมมองของบล.ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มองเป็นบวกจากการที่ญี่ปุ่นประกาศเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ และหนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และปริมาณการบริโภคในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น โดยประเมินว่าหุ้นที่จะ outperform จากข่าวดังกล่าวมากสุด ได้แก่ AOT, AAV, BAFS และ GFPT


AOT จะช่วยให้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศฟื้นตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากเป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวมาก ทั้งนี้ในช่วงก่อนที่มีการระบาด Covid-19 AOT จะมีจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเที่ยวบินจากญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 4 รองจากจีน, อินเดีย และเกาหลีใต้ และคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากเที่ยวบินญี่ปุ่นราว 5% จากรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aeronautical Revenue)


ดังนั้นจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ยังคงประมาณการผลการดำเนินงานปกติงวดปี 65 ขาดทุนที่ 1.0 หมื่นล้านบาท (ดีขึ้นจากงวดปีก่อนที่ขาดทุน -1.5 หมื่นล้านบาท) โดยแนวโน้มไตรมาส 4/65 จะขาดทุนลดลงต่อเนื่อง จากการผ่อนคลายเปิดประเทศและการกระตุ้นการท่องเที่ยว


และจะเริ่มพลิกกลับมีกำไรได้ในปี 66 ที่ระดับ 6.8 พันล้านบาท โดยยังประเมินจำนวนผู้โดยสารในปี 65 ที่ 46 ล้านคน เพิ่มขึ้น 130%จากปีก่อน, ปี 66 ที่ 90 ล้านคน เพิ่มขึ้น 96%จากปีก่อน และปี 67 ที่ 135 ล้านคน เพิ่มขึ้น 41%จากปีก่อนหน้า กลับไปใกล้เคียงปี 64 ช่วงก่อนเกิด Covid-19 โดยยังคงแนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 82.00 บาท


AAV จะได้ประโยชน์จากการเปิดเที่ยวบินเส้นทางใหม่ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชียจะเริ่มเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ไปเมืองฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นในช่วงไตรมาส 3/65 ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดสายการบินที่มีเที่ยวบินไปญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากเป็นที่นิยมของคนไทยที่ต้องการไปท่องเที่ยว


ทั้งนี้ยังประเมินผลการดำเนินงานปกติปี 65 จะขาดทุนที่ 7.0 พันล้านบาท โดยงวดครึ่งปีแรกปี 65 มีผลขาดทุน 4.5 พันล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานปกติไตรมาส 3/65 จะขาดทุนลดลงเป็น 1.5-1.8 ล้านบาท (ไตรมาส 2/65 ขาดทุน 2.3 พันล้านบาท) จากจำนวนผู้โดยสารที่ฟื้นตัวเร็วขึ้น


โดยยังประเมินผู้โดยสารปี 65 ที่ 9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 207% จากปีก่อน (ผู้โดยสารครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3.1 ล้านคน) ส่วนปี 66ยังประเมินจะเริ่มกลับมามีกำไรได้ จากผู้โดยสารที่จะเพิ่มเป็น 16 ล้านคน ยังคงแนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 3.30 บาท


BAFS จะได้อานิสงส์จากจำนวนเที่ยวบินและปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 4/65 มีโอกาส turnaround หลังจากที่ล่าสุดปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานอยู่ที่ราว 9 ล้านลิตร/วันแล้ว เทียบกับ breakeven ที่ 8.3 ล้านลิตร/วัน คงประมาณการปี 65 ขาดทุนปกติ 102 ล้านบาท เทียบกับปี 64 ที่ขาดทุน 785 ล้านบาท และปี 66 จะพลิกเป็นกำไรที่ 369 ล้านบาท คงคาแนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท


GFPT ได้อานิสงส์ปริมาณการส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นปลายทางหลักของการส่งออกไก่ของประเทศไทย คิดเป็น 48% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ GFPT มีรายได้จากการส่งออกไปญี่ปุ่นในปี 64 ที่ 11% ของรายได้รวม โดยการส่งออกไปญี่ปุ่นคิดเป็น 50% ของรายได้ export ของบริษัท ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 65 อยู่ที่ 1,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 711%จากปีก่อน และปี 66 ที่ 1,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%จากปีก่อนหน้า โดยยังคงแนะ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 19.00 บาท


This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”