อุตสาหกรรมดิจิทัลกำลังพุ่งแตะ 1.4 ล้านล้านบาท ช่วย 3 หุ้น Tech Consult เติบโตก้าวกระโดด
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA คาดการณ์อุตสาหกรรมดิจิทัลปี 65-67 จะเติบโตขึ้น 15.9%, 14.6% และ 15.6% ต่อปี โดยในปี 67 จะเพิ่มเป็น 1.4 ล้านล้านบาท จากปี 64 ที่ระดับ 9.13 แสนล้านบาท หนุนหลักจาก Software Digital Services และ Big Data
ดังนั้นเมื่ออุตสาหกรรมดิจิทัลมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ทั้ง 3 หุ้น Digital Tech Consult จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน Wealthy Thai ได้รวบรวมมาฝากนักลงทุนแล้ว ผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่บอกว่า การเติบโตดังกล่าว สะท้อนภาพบวกอุตสาหกรรม Digital Tech Consult อย่าง IIG, BE8 และ BBIK โดยมองหุ้นในกลุ่มDigital Tech Consult ยังอยู่ในเส้นทางการเติบโตที่น่าตื่นเต้นเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 38-64% ในช่วง 3 ปีนับจากนี้
ทั้งนี้จาก 2 ปัจจัยเร่ง คือ 1.การเร่งตัวของภาพอุตสาหกรรมซึ่งเป็นช่วงต้นของวัฏจักร (Cycle) ด้วยขนาดตลาดระดับ 1 แสนล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 20% และยังมี New S-Curve ใหม่ที่เข้ามาอีก 2-3 หมื่นล้านบาท จาก PDPA, พ.ร.บ.ราชการอิเล็กทรอนิกส์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และ2.จุดเร่งตัวของบริษัทจากขยายขอบเขตบริการ เพื่อสร้างระบบนิเวศครบวงจร (Ecosystem) และการไต่ระดับ (Scale up) ได้ไว
โดยรวมมีการปรับประมาณการกำไรปี 65-67 ใหม่ BE8 ปรับขึ้น 31% BBIK ปรับขึ้น 26% IIG ปรับขึ้น 1% สะท้อนโอกาสเติบโตที่สูงขึ้นใกล้เคียงเป้าหมายบริษัท และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย BE8 ขึ้นเป็น 100 บาท เดิม 88 บาท BBIK ขึ้นเป็น 150 บาท เดิม 106 บาท IIG ขึ้นเป็น 60 บาท เดิม 55 บาท แนะนำ “ซื้อ” ทุกบริษัท
สำหรับ Top pick คือ BE8 จากแนวโน้มการเติบโตปี 66 ที่สูงกว่ากลุ่มและโอกาสในการคว้างานใหญ่มีมากที่สุด บวกกับด้าน Tactical มองหุ้นน่าสนใจสะสมรอบใหม่ ตามแนวโน้มดอกเบี้ยผ่านจุดเร่งตัวสูงสุดแล้ว และเป็นหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายเลือกตั้งที่ทุกพรรคล้วนมีเป้าหมายก้าวสู่ยุคดิจิตัล
-
BE8 กำไรไตรมาส 3/65 คาดยังทำ new high ต่อที่ 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
-
BBIK กำไรไตรมาส 3/65 คาดที่ 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
-
IIG กำไรไตรมาส 3/65 คาดที่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
BE8
เบื้องต้นระยะสั้นฝ่ายวิจัยคาดกำไรไตรมาส 3/65 ยังทำ new high ต่อที่ 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน ได้แรงหนุนจากการเริ่มรวมรายได้ X10 ตั้งแต่เดือน ก.ย.65 เป็นต้นไป ประเมินกำไรปี 65 ที่ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65%จากปีก่อน และกำไรปี 66 เติบโตก้าวกระโดด 150% เป็น 338 ล้านบาท
ทำให้โดยรวมในช่วง 3 ปีข้างหน้า (66-68) กำไรเติบโตเฉลี่ยต่อปี(CAGR) ระดับ 64%ได้แรงหนุนจากต่อยอดผ่านการทำ M&A, JV ต่อเนื่องหลายดีล โดยเฉพาะจาก 1.ดีล X10 ที่มาช่วยลดข้อจำกัดด้านบุคลากรและเพิ่มฐานรายได้เป็นเท่าตัว (ฐานรายได้ 65 ระดับ 500 ล้านบาท ใกล้เคียง BE8) โดยเริ่มควบรวมในไตรมาส 3/65
2.ดีล BAYCOMS นอกจากมาช่วยเพิ่มรายได้อย่างมีนัยฯ (ฐานรายได้ปี 65 ที่ 800-900 ล้านบาท) จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพด้าน cybersecurity ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำ Digital transformation ในสภาะวะปัจจุบัน
BBIK
เบื้องต้นประเมินกำไรไตรมาส 3/65 ที่ 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรปี 65 ที่ 126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90%จากปีก่อน จากรายได้ที่เติบโตสูงตามการทยอยส่งมอบงานตาม backlog ที่ครอบคลุมรายได้ถึงกลางปี 66 แล้ว และได้ส่วนแบ่งกำไรจากออร์บิทดิจิทัลที่เข้ามาหนุน อีกทั้งสิทธิทางประโยชน์ทางภาษีที่จะเริ่มเห็นมากขึ้นหลังได้รับ BOI ครบทั้ง 2 ใบที่ขอแล้ว และคาดกำไรปี 66 เติบโตสูงต่อเนื่อง 76% เป็น 222 ล้านบาท
โดยคาดในช่วง 3 ปีข้างหน้าบริษัทยังอยู่ในช่วงที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกำไรโตเฉลี่ยระดับ 58% ต่อปี จาก 1. Organic growth ซึ่งเติบโตสูงมากตามความต้องการทำ Digital transformation ในตลาด รวมถึงการขยายของเขตการให้บริการให้หลากหลายครอบคลุมมากขึ้น (ล่าสุดทำ cybersecurity, blockchain) และด้วยพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถรับงานสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้
2.การขยายตลาดออกสู่อาเซียนและยุโรป จะเปิดโอกาสให้บริษัทได้มหาศาล 3.การเปิด tech hub ที่อินเดียเพื่อหาบุคลากรด้าน IT เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานของบริษัท (ทั้งในแง่ความสามารถและปริมาณบุคลากร) เพื่อมารองรับการเติบโตครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม Digital transformation ทั่วโลก
IIG
เบื้องต้นประเมินกำไรไตรมาส 3/65 ที่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9%จากไตรมาสก่อน โดยประเมินกำไรปี 65 ที่ 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38%จากปีก่อน คาดกำไรปี 66 เติบโต 41% เป็น 168 ล้านบาทนอกจากธุรกิจ CRM ที่เติบโตดีตามกระแส Digital transformation และ ERP ที่กลับมาเติบโตดีอีกครั้งจากการเปลี่ยนเข้าสู่ Could แล้ว
IIG ยังได้แรงหนุนจากการลงทุน 51% ในบริษัท Lansing ซึ่งจะมาช่วยเสริมทั้งด้านรายได้ และบุคลากร (เป็นบริษัทด้าน IT outsource ที่มีบุคลากรราว 270 คน) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่บริษัทต้องการมาก เนื่องจากที่ผ่านมา IIG ได้งานเข้ามามากขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่บุคลากรขยายตัวไม่ทัน จึงต้องมีการ outsource งานบางส่วนให้บริษัทอื่น นอกจากนี้บริษัทกาลังรุกตลาด Digital healthcare &Wellness ผ่านการร่วมมือกับ Lansing โดยรวมคาดกำไรบริษัทในช่วงปี 66-68 เติบโตระดับ 38%
โดยสรุปภาพรวมการเติบโตระยะยาวภายใต้การประเมินของบล.โนมูระ พัฒนสิน
-
BE8 ช่วง 3 ปีข้างหน้ากำไรเติบโตเฉลี่ยระดับ 64% ต่อปี
-
BBIK ช่วง 3 ปีข้างหน้ากำไรโตเฉลี่ยระดับ 58% ต่อปี
-
IIG ช่วง 3 ปีข้างหน้ากำไรเติบโตเฉลี่ยระะดับ 38%ต่อปี

