TEGH เปิดบวกสวนตลาด 3.75 % ตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะ 2.2 หมื่นล้านบาท มุ่งขยายธุรกิจพลังงาน หวังสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

เปิดบวกสวนตลาดได้ สำหรับหุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง TEGH หรือ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยเปิดตลาดที่ราคา 4.98 เพิ่มขึ้น 3.75 % จากราคาไอพีโอที่ 4.80 บาท ด้านนางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์  กรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ กล่าวว่า การกำหนดราคาหุ้นของ TEGH อยู่ในระดับที่เหมาะสม และนักลงทุนน่าจะมีความมั่นใจในศักยภาพของบริษัท จึงทำให้ราคาหุ้นเปิดบวกได้แม้ภาวะตลาดโดยรวมจะอยู่ในแดนลบ


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวน 1,254.56 ล้านบาท  บริษัทมีแผนจะนำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1. เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจ และการลงทุนโครงการในอนาคต รวมถึงกระบวนการพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน จำนวน  260.00 – 475.00 ล้านบาท ภายในปี 2568, 2. ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จำนวน 700.00 ล้านบาท ภายในปี 2566 และ 3. เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 79.56 – 294.56  ล้านบาท ภายในปี 2566


โดยบริษัทวางเป้าหมายระยะยาว 5 ปี (2565-2569) รายมีได้จะเติบโตแตะระดับ 22,000 ล้านบาท จากการขยายกำลังผลิตยางแท่งเป็น 420,000 ตันต่อปี เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตยางแท่ง Top 5 ของประเทศไทย และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของธุรกิจปาล์มน้ำมัน เพื่อให้ความสามารถในการรับรู้กำไรดีขึ้น รวมถึงขยายธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีกำลังผลิตก๊าซชีวภาพเป็น 60-70 ลูกบาศก์เมตรต่อปี จากเดิมอยู่ที่ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการภายนอก จากเดิมที่ผลิตเพื่อใช้ภายในเท่านั้น นอกจากนี้ การผลิตก๊าซชีวภาพได้มากขึ้น จะทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการกากอินทรีย์ได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยคาดว่าจะมีกากอินทรีย์เพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านตันต่อปี จากเดิมอยู่ที่ 400,000 – 500,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยให้บาลานซ์พอร์ตรายได้ของบริษัท รองรับความผันผวนจากธุรกิจยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบซึ่งเป็นสินค้าคอมมูนิตี้


“เราประเมินว่าธุรกิจพลังงานจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง ช่วยรองรับความผันผวนจากธุรกิจยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบซึ่งเป็นสินค้าคอมมูนิตี้ ประกอบกับบริษัทอยู่ในพื้นที่ EEC มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ประกอบธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหารจำนวนมาก ซึ่งเป็นธุรกิจที่มี Organic Waste เช่นกัน บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการเติบโตในธุรกิจนี้อีกมาก”


จากการเติบโตที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจราว 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ จำนวน  300-400 ล้านบาท, ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ 200 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 600 ล้านบาท จะใช้เพื่อขยายธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตรายได้ แต่คาดว่าสัดส่วนรายได้หลักใน 5 ปีข้างหน้า จะยังคงมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ


นอกจากนี้ บริษัทยังคงมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและต่อยอดการเติบโตจากสิ่งที่บริษัทมี โดยปัจจุบันบริษัทมีพันธมิตร 2 ราย คือ Sumitomo Rubber Industries ของประเทศญี่ปุ่นและ Sime Darby Oils ของมาเลเซีย ซึ่งนับเป็น Global Partners ในส่วนของยางล้อและปาล์มน้ำมันของโลก

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 12 ชั่วโมง
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้-หุ้นกู้ดิจิทัล 6 ชุด อายุ 3 – 10 ปี ที่ 1.83 - 3% สถาบัน-รายใหญ่-รายย่อย จองซื้อ 19 – 21 ต.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us