ส่องงบ 4 หุ้นโรงพยาบาล เมื่อเข้าไฮซีซั่นผลงานจะเติบโตแค่ไหน ?
เดือนพ.ค. - ต.ค. ของทุกปี จะเป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษามากกว่าปกติ ทำให้ช่วงดังกล่าวผลประกอบการของโรงพยาบาบต่างๆ มักจะเติบได้โดดเด่น ประกอบกับการเปิดประเทศที่ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้มากขึ้น และความต้องการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยในประเทศที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะยิ่งเป็นแรงสนับสนุนให้ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 3/65 เติบโตได้ต่อเนื่อง ดังนั้นทีมงาน Wealthy Thai จะได้รวบรวมหุ้นโรงพยาบาลที่นักลงทุนให้ความสนใจและคาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 เติบโตดีมาฝาก
มาเริ่มที่หุ้นตัวแรก BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) โดยนักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า คาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 ของ BDMS ที่ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากคาดว่ารายได้รักษาพยาบาลจะเติบโต 20% จากไตรมาส 3/64 และ 7% จากไตรมาส 2/65 จากการใช้บริการของลูกค้าที่ไม่ใช่ Covid-19 เพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยบวกด้านฤดูกาล ซึ่งเป็นไฮซีซั่นในช่วงหน้าฝน และ Pent-up demand ของลูกค้าต่างชาติ รวมถึงคาดจะมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) ราว 33.8% ดีขึ้นจาก 30.5% ในไตรมาส 3/64 และ 32.6% ในไตรมาส 2/65 จากผลของ Economy of scale ที่มีการใช้บริการเพิ่มขึ้น และคาดว่าสัดส่วนรายได้ลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีกด้วย โดยให้คำแนะนาเป็น ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 33.30 บาท
ถัดมา BH หรือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า คาด BH จะรายงานกำไรในไตรมาส 3/65 ทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง จากไฮซีซั่นด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรรายไตรมาสมาจากไตรมาส 2/65 ที่ต่ำกว่าจากฐานที่สูงและจำนวนเตียงที่จำกัด ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะยังคงทรงตัวได้ดีจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยค่อนข้างแข็งแกร่ง มูลค่าหุ้นปัจจุบันค่อนข้างแพง ขณะที่การฟื้นตัวไม่ได้สูงกว่าที่ตลาดคาดหวังมากนัก คงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 225.00 บาท
EKH หรือ บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 ที่ 53 ล้านบาท ลดลง 66% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการลดลงจากไตรมาส 3/64 มาจากฐานเดิมที่สูงของการระบาดสายพันธุ์ Delta ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของกำไรจากไตรมาส 2/65 มาจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ที่อัดอั้นในช่วง Covid-19 ที่ผ่านมา และการเปิดโรงเรียนที่ได้ปัจจัยจากฤดูฝนทำให้อัตราการครองเตียงในเดือน ก.ค.- ส.ค. อยู่ในระดับสูงราวที่ 90% โดยคาดว่าอัตราครองเตียงในไตรมาส 3/65 ยังคงอยู่ระดับสูงที่ 90% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ 70% ภาพรวมรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับ Covid-19 ฟื้นตัวดีขึ้น
โดยยังคงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายเป็น 8.50 บาท เพราะมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนถึงมุมมองของตลาดที่มีต่อ EKH ที่เคยมีรายได้จาก Covid-19 ในสัดส่วนที่สูงไปแล้ว ปัจจุบันรายได้ดังกล่าวหดตัวลงอย่างมาก แต่มองว่ายังมี upside เนื่องจากผู้ป่วยทั่วไปฟื้นตัวดีขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้เด็ก ส่วนธุรกิจ IVF เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แม้ยังไม่กลับมาไม่เต็มที่เท่าช่วงก่อน Covid-19
และสุดท้าย PR9 หรือ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) โดยนักวิเคราะห์จากบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า โดยคาดกำไรไตรมาส 3/65 จะทรงตัวจากไตรมาส 2/65 จากเคสผ่าตัดที่เพิ่มขึ้นตามมาตรการที่ผ่อนคลายของภาครัฐ และผลบวกจากปัจจัยฤดูฝน ทำให้ occupancy rate อยู่ราว 65-70% จาก 61% ในไตรมาส 2/65 ซึ่งสามารถจำแนกเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยที่เกี่ยวกับ Covid-19 ในโรงพยาบาลเพียง 8% นอกจากนี้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติในเดือนส.ค. ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 16% เทียบกับ 13% ในไตรมาส 2/65 นำโดยผู้ป่วยจากเมียนมาร์และจีน โดยมองว่าไตรมาส 3/65 จะมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 16% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงก่อน Covid-19 และลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
ด้านราคาฝ่ายวิจัย แนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 20.00 บาท จากเดิม 19.00 บาท อิง PER ปี 2566 ที่ 28x โดยมองว่าบริษัทเติบโตต่อเนื่องจากการทำตลาดและขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ประมาณการกำไรสุทธิของฝ่ายวิจัยยังมี upside จาก pent-demandของชาวไทยและต่างชาติ

