Official Update :

AGE ปักธงรายได้ใหม่ 1.8 หมื่นล้านบาท รับความต้องการถ่านหินมากกว่าที่คาดไว้

ถ่านหินกลับมามีบทบาทสำคัญ  เมื่อภาคเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันโลกกำลังเจอความท้าทายจากกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ทันตามความต้องการ แถมยังเจอความขัดแย้งจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน มีการกีดกันการส่งพลังงานระหว่างกันเกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศเริ่มปัดฝุ่นนำเอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้ามาเพื่อประคองภาคเศรษฐกิจ


ขณะที่ในประเทศไทย ทิศทางการใช้ถ่านหินไม่ได้ลดลง และมีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดในปี 2564 มีระดับการใช้ถ่านหินภายในประเทศอยู่ที่ 39.6 ล้านตัน ซึ่งหากคิดอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5.3% ต่อปี ในขณะที่ฝั่งซัพพลายกลับพบว่า มีการเติบโตไม่ทันความต้องการบริโภค โดยล่าสุดในปี 2565 มีกำลังการบริโภคอยู่ที่ 38.3 ล้านตัน ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังอยู่ที่  3.4% ต่อปีเท่านั้น  


การใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้นทำให้ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) (“AGE) ได้รับประโยชน์อย่างมาก โดยในช่วงไตรมาสที่ 2 AGE มีรายได้จากการขายและบริการ 4,553.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.8 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เมื่อเจาะลึกในรายได้พบว่า AGE มีรายได้จากการขายถ่านหินที่ 4,398.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.1 %  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ทั้งนี้ในไตรมาสที่ 2 บริษัทมีปริมาณการขายถ่านหินอยู่ที่ 1.02 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.41 ล้านตัน หรือลดลง 27.7% แต่บริษัทได้รับผลบวกจากราคาถ่านหินที่เพิ่มขึ้น


โดยยอดขายถ่านหินในไทยยังเป็นสัดส่วนหลัก คิดเป็น 94% ของทั้งหมด ขณะที่ยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 6% ตลาดหลักที่ส่งออกนั้นคือ กัมพูชา และ เวียดนาม


ขณะที่ AGE กำลังขยายธุรกิจอีกด้านหนึ่ง คือ ด้านโลจิสติกส์ เริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยรายได้จากธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่ 154.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  44.8%  ส่งผลให้กำไรสุทธิ แตะระดับที่ 313.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 83,298.2% ที่มีกำไรสุทธิ 0.4 ล้านบาท การขนส่งที่เติบโตแข็งแกร่งเป็นผลจากกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งเกี่ยวกับสินค้าประเภทปูนซีเมนต์ ทราย แก้ว และกากอุตสาหกรรม กลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง



เพิ่มเป้ารายได้เป็น
1.8 หมื่นล้านบาท

ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง AGE ยังมองว่าธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการถ่านหินที่เพิ่มขึ้น โดย คุณพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) (“AGE) มองว่า แม้ราคาดัชนีถ่านหินจะมีความผันผวน แต่บริษัทยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีกลยุทธ์ในการรักษาส่วนต่างระหว่างราคาขายและราคาต้นทุนของถ่านหินได้ดี  


การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้ AGE ด้วย ซึ่งบริษัทเตรียมทยอยส่งมอบถ่านหินในช่วงครึ่งปีหลังกว่า 4 แสนตัน ขณะที่แผนการขยายธุรกิจด้านโลจิสติกส์ AGE จะเพิ่มจำนวนรถบรรทุก 20 คัน มูลค่า 80 ล้านบาท ลงทุนโกดังเก็บสินค้ามูลค่า 40 ล้านบาท และลงทุนด้าน IT มูลค่า 10 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ในระยะยาว การเติบโตที่สูงในปีนี้ ทำให้บริษัทเพิ่มกำลังจากเดิม ยอดขายที่ 16,000 ล้านบาท  เป็น 18,000 ล้านบาท และมีปริมาณยอดขายถ่านหินรวมอยู่ที่ 4.5 ล้านตัน



นักวิเคราะห์คาด ครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า ไตรมาสที่ 3 คาดกำไรสุทธิเติบโต 12.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยผลจากปริมาณการจำหน่ายถ่านหินเติบโตจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะถ่านหินคัด Size ที่มีอัตรากำไรสูง รวมทั้งราคาถ่านหินที่ยังปรับขึ้นต่อ +15.1% เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อน


ส่วนไตรมาสที่ 4 คาดยังได้แรงหนุนจากราคาถ่านหินทรงตัวในระดับสูง ฤดูหนาวยุโรปที่ใกล้มาถึง และคาดว่าปริมาณการขายฟื้นตัวต่อเนื่องตามกิจกรรมเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัว โดยรวมปรับเพิ่มกำไรปี 22 ขึ้นมาเติบโต 107.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ ราคาเป้าหมายใหม่   ที่ 6.60 บาท   คงคำแนะนำ ซื้อ