Official Update :

AWC กางแผน 5 ปี ทุ่ม1 แสนล้านบาท ลงทุนโครงการใหม่-พัฒนาความยั่งยืน หวังปี 66 รายได้ใกล้เคียงก่อนCovid -19

AWC คาดปี 66 รายได้เติบโตใกล้เคียงหรือมากกว่าปี 62 ที่มีรายได้ 11,522 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,054.23 ล้านบาท จากการขยายและปรับปรุงพอร์ตโรงแรม และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พร้อมวางงบลงทุน 5 ปี (65-69) 100,000 ล้านบาท ลงทุน 15 โครงการใหม่และพัฒนาความยั่งยืน


นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566 อาจมีโอกาสเติบโตใกล้เคียงหรือทำได้สูงกว่าปี 2562 ที่มีรายได้รวม 11,522 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,054.23 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนการเปิดประเทศของจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น และการขยายโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล และ โรงแรม อินน์ไซด์ กรุงเทพ สุขุมวิท รวมเป็นจำนวนห้องพัก 400 ห้อง จากปัจจุบันที่มีจำนวนห้องพักภายใต้การบริหารรวม 5,000 ห้อง รวมถึงการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับเข้ามาในประเทศ


สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 4/65 คาดจะเห็นอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. 2565 คาดจะทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นแตะ 90% จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 60%


บริษัทวางแผน 5 ปี (65-69) ใช้งบลงทุนราว 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การพัฒนาโครงการใหม่อีก 15 โครงการ รวมถึงโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล โรงแรม อินน์ไซด์ กรุงเทพ สุขุมวิท ซึ่งถือเป็นโครงการที่ก่อสร้างโดยคำนึงถึงมาตรฐานอาคารสีเขียว และได้รับการรับรองมาตรฐาน EDGE ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการภายในต้นปี 2566 นอกจากนี้ยังมีโอกาสจากการเข้าซื้อธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท


ส่วนอีก 40,000 ล้านบาท บริษัทจะมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการภายใต้แผนกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองอาคารสีเขียวที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรจากพื้นฐาน อาทิ โครงการอควาทีค เดอะบีชฟรอนท์ พัทยา ซึ่งตั้งเป้าให้ได้รับการรับรอง LEED ภายในปี 2569 และโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ส่วนต่อขยายที่ตั้งเป้าให้ได้รับการรับรอง LEED & WELL ภายในปี 2572


โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสด และวงเงินกู้อีกราว 30,000 ล้านบาท ปัจจุบันหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 0.7 เท่า


ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายจะเป็น Carbon Neutral คือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2572 โดยในช่วง 5 ปีจากนี้ (ปี 2565-2569)


“ในระยะเริ่มต้นการลงทุนด้านความยั่งยืนอาจใช้งบสูงกว่าการลงทุนปกติ เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่ในระยะยาวจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ทำให้บริษัทบริการจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นางวัลลภา กล่าว

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้