หาจังหวะสอย 5 หุ้นเด่น ที่ไตรมาส 3/65 กำไรโตแกร่ง
เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/65 กันแล้ว ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่ากำไรในไตรมาส 3/65 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักลงทุน ภายใต้การประเมินของนักวิเคราะห์บล.ธนชาต ที่ระบุว่า 5 หุ้นเด่น ที่คาดกำไรไตรมาส 3/65 โตดี คือ WHA, TU, EA, NEX และLH
ทั้งนี้ WHA (ราคาเป้าหมาย 4.5 บาท) คาดกำไรไตรมาส 3/65 เติบโต 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 12%จากไตรมาสก่อน เนื่องจากยอด presales ที่ดินฟื้นตัวเด่นหลังเปิดประเทศ และแนวโน้มที่ดีในระยะยาวจากนักลงทุนเริ่มย้ายฐานการผลิตมาประเทศในแถบตะวันตกเฉียงใต้มากขึ้น และเข้าสู่ high season ในไตรมาส 4/65 จากการขายสินทรัพย์เข้า REIT
TU (ราคาเป้าหมาย 24 บาท) คาดกำไรไตรมาส 3/65 โตดี รายได้โตระดับตัวเลข 2 หลัก จากธุรกิจอาหารสัตว์ที่โตโดดเด่น และธุรกิจอาหารกระป๋องที่มี demand มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่าอีกด้วย
EA (ราคาเป้าหมาย 100 บาท) เข้าสู่ช่วง high season สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลม และได้ประโยชน์จากการขึ้นค่า Ft ขณะที่ธุรกิจ EV โตดีต่อเนื่อง จากธุรกิจแบตเตอรี่, E-bus และมี Upside จากการเปิดตัว E-pickup
NEX (ราคาเป้าหมาย 25 บาท) คาดกำไรกลับมาโตดีจากการเร่งส่งมอบ E-bus ตั้งแต่ไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป
และ LH (ราคาเป้าหมาย 11 บาท) ยอด Presales โตโดดเด่นทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ทำสถิติยอด presales แนวราบสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/65 ขณะที่แนวโน้มกำไรฟื้นตัวในทุกธุรกิจ ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า และกำไรจากบริษัทร่วม มองราคา “ไม่แพง” พร้อมให้ปันผลระดับสูงที่ 7.1% ในปีนี้และ 8.2% ในปี 66
สำรวจบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
WHA ครึ่งหลังฟื้นเด่น
WHA นักวิเคราะห์บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้น ปี 2566 ที่ 4.55 บาท โดยมองว่าผลประกอบการ WHA จะฟื้นตัวเด่นในครึ่งหลังปี 65 ตามภาคการผลิตโดยรวมที่ฟื้นตัว และการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้คาดกำไรปกติไตรมาส 3/65 ที่ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3%จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 33.7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเมินรายได้ที่ 1,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8%จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 75.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก ธุรกิจนิคมฯ ยอดขายที่ดินปรับขึ้นมาที่ 860 ไร่ โดย 600 ไร่เป็นของ BYD และยอดโอนที่ดิน คาดที่ราว 250 ไร่ จาก 180 ไร่ ในไตรมาส 2/65
ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ มีการเซ็นสัญญาเช่ากับลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นราว 3-4 หมื่นตร.ม. และธุรกิจสาธารณูปโภค-น้ำ เติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าทั้งภายในและภายนอกนิคมฯ

TU ปรับขึ้นราคาขาย
TU นักวิเคราะห์บล. ทรีนีตี้ กล่าวว่า แนะนำซื้อ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 21 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 2,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยฤดูกาล เงินบาทที่อ่อนค่า และการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุน ซึ่งส่งผลให้ทั้งรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้น ปรับตัวดีขึ้น ส่วนธุรกิจ Red Lobster ยังขาดทุน แต่คาด Avanti Feeds จะมีผลการดำเนินงานดีขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลง
ปรับประมาณการกำไรปี 65 ขึ้นราว 8% มาอยู่ที่ 6,947 ล้านบาท ลดลง 13%จากปีก่อน และปี 66 ขึ้นราว 6% มาอยู่ที่ 7,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%จากปีก่อน โดยมองแนวโน้มธุรกิจฟื้นตัวดี หลังได้รับผลบวกจากค่าเงินและการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุน บวกกับยังมีผลบวกเชิงจิตวิทยาจากการเข้าตลาดของ ITC จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

EA ลุยส่งมอบ EV
EA โดยบล. หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 3/65 มีโอกาสทำ New high จากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังเปลี่ยนแผง Solar การปรับขึ้นค่า Ft และการส่งมอบ EV Bus ราว 250-500 คัน
คาดส่งมอบ EV Bus ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีหลังการสั่งชิ้นส่วนจากจีนทำได้ง่ายขึ้นและสามารถผลิตได้ราว 7-8 คัน/วัน คาดปริมาณการส่งมอบในไตรมาส 4/65 จะสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน และทำให้กำไรไตรมาส 4/65 มีโอกาสทำ New high ได้อีกครั้ง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 ที่ 107 บาท

NEX ได้ประโยชน์จากการมี EA
NEX โดยบล. ธนชาต กล่าวว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” NEX ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 25 บาท (จาก 24 บาท) หลังปรับกำไร NEX ขึ้น 4% ในปี 65-67 ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนถึงฐานต้นทุนที่ต่ำกว่าที่คาดไว้เดิม โดย NEX เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของฝ่ายวิจัยในการลงทุนไปในธุรกิจ EV ในประเทศไทย
ทั้งนี้การเป็นบริษัทแรกที่เริ่มดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญและน่าจะสร้างกำไรได้ก่อนในครึ่งหลังปีนี้ NEX ได้ประโยชน์จากการมีบริษัทแม่ EA เป็นผู้แบตเตอรี่ Li-ion ในประเทศ พร้อมกับเทคโนโลยี fast-charge จึงมีข้อได้เปรียบอย่างมากจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย CEV รายเดียวในไทยที่ได้รับสิทธิภาษี EVเต็มรูปแบบ และมีบริการหลังการขายให้ลูกค้าได้

LH ให้ยีลด์สูง
LH โดยบล. โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า คาดการณ์แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 3/65 จะอยู่ที่ราว 1.9 พันล้านบาท เติบโต 47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 4% ถือว่าอยู่ในระดับดีตามยอดขายที่สูงและมียอดโอนต่อเนื่องของคอนโดมิเนียมใหม่ The Key Rama 3 มูลค่า 2 พันล้านบาท ในขณะที่รายได้ประจำคาดว่าดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนและจากไตรมาสก่อนหน้าภายหลัง COVID-19 คลี่คลายลง
โดยคาดกำไรสุทธิทั้งปี 65 ที่ 8.28 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19% ปรับมาใช้ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 10.80 บาท แต่คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากจุดเด่นของ LH ที่ยังมาจากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะแนวราบกลุ่มกลาง-บน ที่กำลังซื้อยังแข็งแกร่งกว่ากลุ่ม, กำไรสุทธิราว 35-40% มาจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมทำให้ลดความผันผวนจากการพึ่งพิงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 65-66 ที่สูงถึง 6.9-7.4% มากกว่ากลุ่มฯ และส่วนนี้ยังไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ในปี 65 – 66

