Official Update :

TU โชว์รายได้-กำไรสุทธิไตรมาส 3 ทำนิวไฮ รับผลบวกเงินบาทอ่อน-ปริมาณขายเพิ่ม

TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/65 มีรายได้จำนวน 4.1 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังปริมาณขายที่เพิ่มจากทุกกลุ่มธุรกิจ และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหลังค่าเงินบาทอ่อน เดินหน้าสร้างโรงงานใหม่ 3 แห่งคาดแล้วเสร็จในปี 66


นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 จำนวน 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุหลักจากบริษัทฯ มีกําไรจากการดําเนินงานที่แข็งแกร่งเนื่องมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น การอ่อนค่าของสกุลเงินบาท และการปรับสัดส่วนการขายระหว่างกลุ่มผลิตภัณฑ์


รวมถึงกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และเครดิตภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น จํานวน136 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565กําไรสุทธิไตรมาส 3/2565 ได้รับผลกระทบบางส่วนจากส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจ Red Lobster ที่เพิ่มขึ้นและรายได้ อื่นที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของหุ้นบุริมสิทธิอย่างไรก็ตาม ในไตรมาส3/2565 บริษัทฯ มีอัตรากําไรสุทธิในระดับสูงที่ 6.2%


ขณะที่ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3/2565 โดยมีปัจจัยจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้นปริมาณขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายในไตรมาส 3สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.1 พันล้านบาท จากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า 55.9% และกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป เพิ่มขึ้น 13.6% ในขณะที่ยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นมีระดับใกล้ เคียงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ถึงแม้ว่ายอดขายในสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวลดลงสู่ภาวะปรกติ


นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ความหลากหลายของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนอัตราการทำกำไรที่สูง  ทั้งหมดนี้ส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานที่ผ่านมา  สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 ไทยยูเนี่ยนมียอดขายจากธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องอยู่ที่ 16,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา จากกำลังซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง


สำหรับยอดขายจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นยังคงที่อยู่ในระดับใกล้เคียงจากปีที่แล้ว อยู่ที่ 14,820 ล้านบาทโดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่น ๆ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้ยอดเยี่ยม โดยมียอดขายอยู่ที่ 8,951 ล้านบาท เติบโต 55.9 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการที่สูง ราคาขายที่เพิ่มขึ้น และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ


นายธีรพงศ์ กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ของเราสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันอย่างต่อเนื่องให้ธุรกิจของเรามีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเรื่องของนวัตกรรม และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ  แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผลการดำเนินงานของเราในวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า การที่เราให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักให้แข็งแกร่งไปพร้อมกับขยายธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ที่นำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนานั้น สามารถส่งผลบวกต่อธุรกิจท่ามกลางสภาวการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นแรงต้านในธุรกิจได้


ขณะเดียวกันบริษัทมีการเตรียมการเพื่อการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างโรงงานใหม่รวม 3 โรง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2564 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมดำเนินงานได้ในปี 2566  ในส่วนนี้มีโรงงาน 2 โรงที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสตและคอลลาเจนเปปไทด์  และผลิตอาหารพร้อมทาน  นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างห้องเย็นเพื่อจัดเก็บปลาทูน่า พร้อมด้วยโรงบำบัดน้ำเสียในประเทศกาน่า  รวมถึงไทยยูเนี่ยนกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกและขนมกินเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงในจังหวัดสมุทรสาคร

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่