วิเคราะห์อนาคต 3 หุ้นกลุ่มเทคคอนเซาท์ฯ เมื่อไตรมาส 3/65 กำไรจะทำสถิติสูงสุด
หุ้นเทคโนโลยีหนึ่งในหุ้นเกาะเมกะเทรนด์ที่ได้รับความสนใจและความนิยมจากนักลงทุนทั่วไปอย่างคับคั่งโดยในเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯและหุ้นจีน ซึ่งสำหรับตลาดหุ้นไทยก็เริ่มมีเข้ามาให้แก่นักลงทุนไทยจับจองและสร้างโอกาสการเติบโตไปกับกลุ่มธุรกิจที่ถือต้นน้ำอย่างบริษัทให้ปรึกษาด้านเทคโนโลยี
ซึ่งสำหรับนักลงทุนที่อาจจะยังไม่ทราบหรือได้ติดตามข่าวสารของกลุ่มดังกล่าว ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ทำการรวบรวมข้อมูลพร้อมกับคาดการณ์การเติบโตและคำแนะนำมาแบ่งปันให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
โดยบทวิเคราะห์จากบล.กสิกรไทย ให้มุมมองว่า กำไรของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีทั้ง 3 แห่ง BBIK ,BE8 และ IIG ในไตรมาส 3/65 จะปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 12% และช่วงเดียวกันปีก่อน 60%หรืออยู่ที่ 95 ล้านบาท จากความต้องการที่แข็งแกร่งของ digital transformation ในประเทศและกำไรที่เพิ่มขึ้น จากบริษัท เอคซเทนด์ ไอที รีซอร์ส (X-10) ซึ่ง BE8 เข้ารวมกิจการในเดือนกันยายน
ซึ่งคาดว่าจะมี 2 บริษัทที่รายงานกำไรสูงสุดทำสถิติใหม่ในไตรมาส 3/65 ก็คือ BBIK ที่คาดว่าจะมีกำไรไตรมาส 3/65 คาดว่าจะอยู่ที่ 36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 13% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 138% และ BE8 คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/65 จะอยู่ที่ 36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นไตรมาสก่อนหน้า 21% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 72% ส่วน IIG คาดกำไรไตรมาส 3/65 จะทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อนหรืออยู่ที่ 23 ล้านบาท
ทั้งนี้ได้ปรับประมาณการกำไรของ BBIK ปี 2565-67 ขึ้น 2-6% จากยอดขายที่รับรู้รายได้ (Backlog) ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/65 ที่ 430 ล้านบาท และปรับประมาณการกำไรสุทธิของ BE8 ปี 2566-67 ขึ้น 5-17% เพื่อสะท้อนถึงการผนึกกำลังและการประหยัดต่อขนาดของการเข้าซื้อกิจการ X-10 และบริษัท เบย์ คอมพิวติ้ง รวมถึงปรับลดประมาณการกำไรปกติของ IIG ปี 2566-67 ลง 1-3% สะท้อนถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3/65
ด้านบล.หยวนต้าให้คำแนะนำ “ซื้อ” BBIK ราคาเหมาะสมที่ 143 บาทต่อหุ้น เนื่องจากประเมินศักยภาพการเติบโตของ BBIK ที่ 70% ต่อปีในช่วงสองปีจากนี้ไม่ยาก เชิงกลยุทธ์ให้นักลงทุนหาจังหวะในช่วงที่ตลาดผันผวนจากการลดน้ำหนักหุ้นกลุ่ม Growth ทยอยสะสมเพื่อลุ้นการเติบโตในปี 2566
ขณะเดียวกันสำหรับ BE8 ก็ได้ให้แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 73 บาท ซึ่งในเชิงกลยุทธ์ให้นักลงทุนอาศัยจังหวะที่ตลาดกำลังกลัวหุ้นกลุ่มเติบโตในการทยอยสะสมเพื่อลุ้นการเติบโตในปี 2566 เนื่องจากหุ้นยังมีอัพไซต์ที่น่าสนใจจากผลประมาณการปี 2566 ของเราที่ยังมีปัจจัยสนับสนุน
ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรปกติไตรมาส 3/65 ของ IIG ที่ 20 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 16% และลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 17.8% แม้รายได้ยังคงเติบโตแกร่ง แต่ถูกกดดันจากฝั่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการ Outsource งานบางส่วนจากบุคลากรที่ไม่เพียงพอ รวมถึงเป็นงานที่ค่อนข้างใหม่ซึ่งทำให้การทำกำไรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่างานอื่นๆ
ส่วนคำแนะนำการลงทุนได้ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ซื้อเก็งกำไร” แต่ยังคงราคาเป้าหมายที่ 52.25 บาท เนื่องจากราคาหุ้น IIG ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปีถึง 30% สะท้อนการเติบโตของกำไรในช่วง 9 เดือนแรกปี 65 ที่สดใสไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/65 คาดฟื้นตัวและเร่งขึ้นในปี 2566 อย่างมีนัยยะจึงมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

