Official Update :

โพยหุ้น เกาะเทรนด์การลงทุนเดือนพ.ย. หาจังหวะดักเก็บหุ้น...รับเงินต่างชาติไหลเข้า

ผ่านไปแล้วสำหรับเดือนตุลาคม เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2565 กันแล้ว โดยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ตลาดทุนก็มีทั้งแรงกดดันเชิงลบและบวกออกมาให้นักลงทุนได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่หากมองข้ามมายังเดือนพฤศจิกายน นักวิเคราะห์ต่างบอกว่า มีทิศทางที่ยังสดใส โดยเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นเด่นกว่าหลายประเทศ และ Fund Flow ที่ยังจะไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง


หากไล่เรียงจากมุมมองของนักวิเคราะห์ชั้นนำของไทยที่ออกมาประเมินภาพรวมการลงทุนของเดือน พฤศจิกายน 65 อย่างมุมมองนักวิเคราะห์บล.เอเซียพลัส ออกมาให้ความเห็นว่า วัฎจักรความกลัว เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจถดถอย ค่อยๆ อ่อนแรงลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นเด่นกว่าหลายประเทศ, APEC ช่วยกระตุ้นต่างชาติท่องเที่ยวลงทุนรวมทั้งยังคาดหวัง Fund Flow ยังหนุนหุ้นไทยต่อในช่วงที่เหลือของปี


ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นเด่นกว่าหลายประเทศ อ้างอิงจาก IMF ที่คาดการณ์ GDP Growth ปีหน้าโต 3.7%จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเศรษฐกิจโลกที่โตเพียง 2.7% จากปีก่อนหน้า บวกกับช่วงที่เหลือของปีคาดหวังแพ็คเกจใหญ่กระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ คาดทำให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี


ดังนั้นจึงมองว่า ในช่วงที่เหลือของปีธีม Domestic Consumption เป็นอะไรที่น่าลงทุน ด้วยปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ดังนี้ 1. สามารถหลบความผันผวนจากปัจจัยภายนอก และได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ในช่วงเดินไปข้างหน้าต่อเนื่อง อาทิ คนละครึ่งเฟส 6, ช็อปช่วยชาติ เป็นต้น


2. Fund Flow ทั้งไทยและต่างประเทศไหลเข้าหุ้นดังกล่าวต่อเนื่อง สะท้อนได้จาก ผลตอบแทนในปีนี้ ดัชนี SETWB ปรับตัวขึ้นแรงสุดเมื่อเทียบกับดัชนีอื่นๆ อยู่ที่ 5.21% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (SET ลบ 3.69%จากต้นปีถึงปัจจุบัน) และยังเห็น Momentum ดีต่อเนื่องในเดือน ต.ค. SETWB บวก 2.4%จากเดือนก่อน (SET บวก 0.9%จากเดือนก่อน) และยิ่งเป็นช่วงไตรมาส4/65 หุ้น Theme Domestic Consumption ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้น


และ3. หุ้น Domestic Consumption มักจะมีผลประกอบการที่ฟื้นตัวโดดเด่นในไตรมาสที่ 4 ของปี อาทิ กลุ่มค้าปลีก อาหาร โรงแรม อสังหาฯ การเงิน เป็นต้น เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้ราคาหุ้นมีโอกาส Outperform ตลาดได้ดีในช่วงที่เหลือของปี


ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ย. 65 แนะนำทยอยสะสม 7 หุ้น Domestic Consumption เด่น คือ CBG, CRC, CK, BBL, PLANB, GULF หุ้นที่ลงมาลึกกำไรไตรมาส 4/65 ฟื้น SCGP ส่วนหุ้นที่ต้องระมัดระวังการลงทุนเพราะ Valuation เริ่มจำกัด อย่าง PTTGC, TRUE


ขณะที่ Fund Flow ต่างชาติเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สามารถกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทยได้ และ SET Index มีโอกาสขยับขึ้นได้ดีในวันที่ต่างชาติซื้อสุทธิ ส่วนช่วงเวลาที่เหลือของปี ยังเชื่อว่า Fund Flow ยังมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อ ทั้งจากสัดส่วนการถือครองที่ต่ำ ปัจจัยลบเริ่มคลาย เศรษฐกิจไทยเดินหน้าเร็วกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ล้วนเป็นตัวกระตุ้นที่ดี


ดังนั้นหากคำนวณหาดัชนีเป้าหมายตลาดแบบ Conservative อิงระดับ Market Earning Yield Gap ที่ 4.3% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต) จะได้ P/E ที่เหมาะสมราว 18 เท่า (น้อยกว่า P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ 19.5 เท่า) เมื่อคูณกับ EPS65F ที่ 96.1 บาท/หุ้น จะได้ดัชนีเป้าหมายที่ 1,730 จุด




ถือลงทุนรับ
Fund Flow

ถัดมามุมมองของนักวิเคราะห์บล.ฟินันเซีย ไซรัส มีความเห็นว่า ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเดือน พ.ย.ประเมินที่ 1,580-1,650 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามอยู่ที่ต่างประเทศเป็นหลักทั้งประชุม FED และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ส่วนในประเทศโฟกัสหลักอยู่ที่การประกาศกำไรไตรมาส 3/65 ของฝั่ง Real Sector โดยคาดชะลอจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยจากปัจจัยฤดูกาล แต่โตแรงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำปีก่อน ส่วนไตรมาส 4/65 คาดเร่งตัวขึ้นจาก High Season ของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศที่เร่งตัว


ขณะที่ภาพรวมกระแสเงินทุนเริ่มพลิกมาไหลเข้าชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ทำให้ยังมองบวกต่อ SET Index ที่คาดยังทยอยไต่ระดับขึ้น แนะนำถือลงทุนต่อเนื่องหลังสะสมบริเวณแนวรับแบบบวกลบที่ 1,580 จุดเดือนก่อน ยังเน้นลงทุนในกลุ่ม Domestic Reopening Play ในเดือนพฤศจิกายนนี้ แนะนำ BBL, DOHOME, EKH, MAKRO, NOBLE


“แนะถือลงทุนรับ Fund Flow ไหลเข้า เน้น Domestic Earnings Play โดยกระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มพลิกมาไหลเข้าตลาดหุ้นไทยชัดเจนในช่วงปลายเดือน ต.ค. ตามแนวโน้มเศรษฐกิจในอาเซียนที่แข็งแรงกว่าโลกและภูมิภาคอื่นๆ แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานบริเวณแนวรับหลักแบบบวกลบ 1,580 จุดในช่วงที่ผ่านมา จึงแนะนำถือลงทุนต่อเนื่อง”นักวิเคราะห์บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าว


โดยยังคง SET Target ปี 2566 ที่ 1,760 จุด หุ้นที่คาดว่ายังคงแข็งแรงและมีโอกาส Outperform ตลาดได้ต่อเนื่องยังคงเป็น Domestic และ Reopening Play โดยเฉพาะที่ราคาปรับลงแรงรับปัจจัยลบไปมาก ขณะที่แนวโน้มกำไรปี 2566 คาดฟื้นตัวแรง ส่วนระยะสั้นแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/65 โดดเด่น


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”