GPSC ราคาหุ้นร่วง 8.77% ในรอบ 3 เดือน ไตรมาส 3/65 กำไรเพียง 331 ล้านบาท ดิ่งแรง 82% โบรกฯ แนะ “ขาย” หวั่นกำไรยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว

รายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น GPSC ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ราคาหุ้นเคลื่อนเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 65 บาท ลดลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า แต่ลดลงสูงถึง 8.77% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 /65 มีรายได้อยู่ที่ 33,866 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันปี แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 331 ลดลง 52%จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยนายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 331 ล้านบาท ลดลง 82% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 52%จากไตรมาสก่อนหน้า 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้ำอุตสาหกรรมลดลงเล็กน้อย


อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้น จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติ ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเพิ่มขึ้นจำกปริมาณน้าที่เพิ่มขึ้น


ทั้งนี้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 33,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบไตรมาส 2/2565 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ช่วงเดือน ก.ย.จาก 24.77 สตางค์ต่อหน่วยมาสู่ระดับ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และปริมาณการขายไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น


ในส่วนของแผนงาน Synergy มีการรับรู้มูลค่าจากการควบรวบกิจการสุทธิ หลังภาษีจำนวน 595 ล้านบาท เพิ่มเติมในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือทุกฝ่ายเพื่อบริหารจัดการการผลิต และใช้โครงข่ายไอน้ำร่วมกันที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถขยายฐานลูกค้า และลดต้นทุนในส่วนการบริหารเชิงพาณิชย์ การบริหารจัดการหุ้นกู้ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้     


ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แม้จะรับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ และราคาค่าเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาไฟฟ้า แต่ด้วยปัจจัยของการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้น


ด้านบทวิเคราะห์บล.ธนชาต ให้คำแนะนำ “ขาย” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 58 บาท เนื่องจาก คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของ GPSC จะยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสหน้า และยังเห็นความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิจัย


ฟากบล.โนมูระ พัฒนสิน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 84 บาท เนื่องจากกำไรจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4/65 ไปจนถึงปี 2566 จากการปรับขึ้นค่า Ft ที่เร่งตัว เข้ามาชดเชยต้นทุนก๊าซฯและถ่านหินที่เพิ่มขึ้นและรับรู้เต็มปี 2566 รวมถึงค่าใช้จ่ายปิดซ่อมนอกแผนลดลงและกำลังการผลิตใหม่ของ AEPL จะทยอยดำเนินการเชิงพาณิชย์ราว 497 เมกะวัตต์

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us