เจาะลึก Z หุ้น IPO น้องใหม่ ที่ใช้ท่าไม้ตายสร้างรายได้จากบัญชีมาร์จิ้น เป็นอันดับ 1 ของประเทศ

ตลาดหุ้นไทยกำลังเติบโตสูงมาก จากการนำบริษัทชั้นนำ หรือธุรกิจใหม่ๆเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย ทำให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีแรกสูงถึง 19.15 ล้านล้านบาท การที่วอลุ่มสูงมากเช่นนี้เป็นผลดีต่อธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ในประเทศไทยที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่


แม้ว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ในช่วง 4 -5 ปีที่ผ่านมาจะรุนแรง ทั้งในด้านค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ และการแย่งชิงสัดส่วนการตลาด ที่ดูแล้วการจะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันน่าจะเป็นเรื่องยาก แต่ บริษัทหลักทรัพย์ จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Z  มีการสร้างการเติบโตที่แตกต่างออกไปจากรายอื่น โดย Z  เน้นการทำธุรกิจโดยให้บริการด้านบัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ หรือ บัญชีมาร์จิ้น ทำให้ Z  เติบโตขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของบริษัทหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ สูงที่สุดในอุตสาหกรรมในปี 2564 เลยทีเดียว



บัญชีมาร์จิ้นเติบโตต่อเนื่อง

ในอดีตแม้หลายคนจะมีบาดแผลจากการใช้บัญชีกู้เงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ หรือบัญชีมาร์จิ้นเพื่อเข้าลงทุนในตลาดหุ้น แต่ด้วยการเปลี่ยนไปของกฏเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ที่วางกติกาชัดเจน รวมถึงการให้ความรู้อย่างเหมาะสมกับนักลงทุน ทำให้การใช้บัญชีมาร์จิ้นในปัจจุบัน " ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว" อีกต่อไป


เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายบัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 1,263,198 ล้านบาท โดยเกือบใกล้เคียงกับยอดทั้งปีของปี 2562 แม้ว่ามูลค่าจะสูงในระดับ "ล้านล้านบาท" แล้วแต่หากเทียบกับมูลค่าการซื้อขายรวมของนักลงทุนในประเทศ กับสัดส่วนการซื้อขายผ่านบัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วน 14.67% เท่านั้น ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่น้อยต่อภาพรวมการซื้อขาย แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นโอกาสอีกมากของการเติบโตของการกู้เงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ได้อีก



Z เข้ามาเพื่อปิดช่องว่าง

บริษัทหลักทรัพย์ จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ได้เข้าเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมายเลข 10 ถือหุ้นใหญ่โดย GMO Financial Holdings, Inc. (“GMOFHD”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ GMO Internet Group โดยทั้ง 2 บริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo Stock Exchange: TSE) 


GMOFHD มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะ Holding Company โดยเน้นธุรกิจให้บริการทางการเงินได้แก่ การซื้อขายหลักทรัพย์ อัตราแลกเปลี่ยนทางการเงิน และสินทรัพย์ดิจิทัล ครอบคลุมการให้บริการใน 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ฮ่องกง และ ไทย


แม้ว่า Z จะมีใบประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบฟูลไลเซ่นซ์ แต่ Z  เน้นการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ใน 2 ประเภทบัญชี คือ

  1. บัญชีเงินฝากล่วงหน้า (Cash Balance Account)

  2. บัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Credit Balance Account หรือ Margin Account)


โดยตลาดที่
Z ให้ความสนใจ คือ การให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยอัตราดอกเบี้ยของบัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Credit Balance Account)/1 เริ่มต้นที่ 6.20% ต่อปี และ อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นตามระดับหลักประกันที่ต้องดำรงไว้ (Maintenance Margin : MM) ที่ลดลง


หัวใจสำคัญที่ Z ใช้ในการสร้างความสำเร็จ คือบริษัทได้มีการนำระบบและเทคโนโลยีจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นมาพัฒนาและปรับใช้ในการประเมินและคัดเลือกหลักทรัพย์ที่อนุญาตให้ซื้อ และ/หรือนำมาวางเป็นหลักประกันได้มากกว่าปกติ ซึ่งระบบนี้นำข้อมูล ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยเทคนิค และปัจจัยเชิงคุณภาพของหลักทรัพย์มาคำนวณแบบ Real Time เพื่อใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในการปล่อยกู้ ทำให้ Z  มีหลักทรัพย์ซึ่งสามารถซื้อและนำมาวางเป็นหลักประกันได้มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แถมค่าคอมมิชชั่นก็ถูกมาก โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Commission Rate) อยู่ที่ 0.065% โดยไม่มีขั้นต่ำในการซื้อขาย จึงทำให้สามารถดึงดูดลูกค้าทั้งรายเล็กรายใหญ่ให้มาเทรดกับ Z ได้               


การทำการตลาดที่ตรงใจกับลูกค้าทำให้บริษัทมีการเติบโตที่ดี โดยในสิ้นปี 2564 Z มียอดเงินการให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์สูงถึง 12,918 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.96% ของอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่ 5,114  ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.98% ของอุตสาหกรรม และบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ปี 2564 ที่ 639.63 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ต่อรายได้รวมอยู่ที่ 88.99%



กำไรเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงานของ Z มีการเติบโตต่อเนื่อง พอร์ตรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยครี่งปีแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ 430.38 ล้านบาท หรือ 91.64%  ของรายได้รวม ขณะที่กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 181.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


อย่างไรก็ตาม Z กำลังจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่ง โดยจะมีการเสนอขายหุ้นสามัญ จำนวน 75,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.00 ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายได้แล้วของบริษัท ภายหลังที่มีการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้


การระดมทุนครั้งนี้ Z จะนำเงินไป เพื่อขยายการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Credit Balance) ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในอนาคตของ Z รวมถึงเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ดังนั้นหากใครสนใจหุ้น ​IPO ที่จะเติบโตแบบไม่เหมือนใคร จับตาการเข้ามาของ Z ได้เลย


Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us