หนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ MORE ยังช็อก! หุ้นร่วงติดฟลอร์ 2 วันติด ชี้ยังไม่รู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น
“สามารถ ฉั่วศิริพัฒนา” หนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MORE เปิดเผยว่ายังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของการที่ราคาหุ้นร่วงติดฟลอร์ 2 วันติด หลังไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหาร หรือเป็นกรรมการบริษัทแล้ว
นาย สามารถ ฉั่วศิริพัฒนา ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 6 บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE เปิดเผยกับ Wealthy Thai ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้นของ MORE ปรับตัวลดลงจนถึงขั้นฟลอร์ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 วัน และปัจจุบันนี้ตนไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท รวมถึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารแต่อย่างใด
โดยในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ก็เพียงทราบรายละเอียดจากโบรกเกอร์ที่เตือน ส่วนประเด็นที่จะยังคงถือหุ้น MORE ต่อไปหรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุได้ ตอนนี้ทำได้เพียงจะต้องหาข้อมูลก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะอย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าไม่ทราบรายละเอียด และไม่ได้มีส่วนในการบริหาร รวมถึงไม่ได้มีการเคลื่อนไหวหุ้น MORE มากว่า 2-3ปีแล้ว
“พึ่งเห็นราคาหุ้นในตลาด 2 วันนี้ก็ยังช็อกอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวขอไปหาสาเหตุ และหาข้อมูลก่อนว่ามันเป็นอย่างไร เพราะไม่มีรายละเอียด และไม่ได้มีส่วนร่วมบริหาร และไม่ได้เคลื่อนไหวหุ้นมานานแล้ว 3 ปีแล้ว” สามารถ ฉั่วศิริพัฒนา กล่าว
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของกระแสข่าวลือต่างๆที่เกิดขึ้นที่ยังไม่สามารถหาความจริงได้ว่าจริงๆแล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีการตั้งออเดอร์คำสั่งซื้อขายผิดพลาด และมีบางกระแสข่าวระบุว่านักลงทุนรายใหญ่ขายหุ้นทิ้ง รวมแม้กระทั่งว่าเป็นการสั่งขายจากระบบโรบอท
ขณะเดียวกันจากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า MORE เดิมก่อนหน้านี้ชื่อบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2562 โดยนาย สามารถ ฉั่วศิริพัฒนา เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการของ DNA
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังก่อนเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ MORE
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังก่อนตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 สภาพการซื้อขายมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดปกติ โดยเปิดตลาดที่ราคา 2.90 บาท
จากนั้นราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนราคาต่ำสุด (Floor) ที่ราคา 1.95 บาท โดยตลอดทั้งวันมีมูลค่าซื้อขายสูงถึง 7,142 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด (SET และ mai)
ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สอบถามพัฒนาการที่อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขาย โดย MORE ได้ชี้แจงผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงก่อนเปิดการซื้อขายภาคบ่ายว่าไม่มีพัฒนาการสำคัญใดๆ
อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ (11 พฤศจิกายน 2565) ราคาลดลงต่อเนื่อง เปิดตลาดที่ราคา Floor 1.37 บาท และปิดตลาดภาคเช้าที่ราคาดังกล่าว หากราคามีความผันผวน ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงในการซื้อขายได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ผู้ลงทุนพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและสารสนเทศที่แจ้งผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และขอให้บริษัทสมาชิกกำกับดูแลการซื้อขายและการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ MORE อย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด เพื่อป้องกันการส่งคำสั่งซื้อขายที่อาจไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
