Official Update :

MORE ทำหุ้นโบรกฯปั่นป่วนแดงยกแผง จนต้องแห่ออกโรงแจงว่า “ไม่มีผลกระทบ”

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มโบรกเกอร์ปรับตัวลดลงทั้งกระดาน หลังมี sentiment เชิงลบ จากMORE บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ที่สร้างความปั่นป่วนในวงการโบรกเกอร์ โดยตามกระแสข่าวที่ออกมานั้น ซึ่งฐานเศรษฐกิจ รายงานว่ามีกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้กว่า 10 ราย ซึ่งเบื้องต้นปรากฏรายชื่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ 5 แห่ง ประกอบด้วย บล.กรุงศรี ที่อาจมีมูลค่าการเสียหายกว่า 1 พันล้านบาท


ส่วนบล.เกียรตินาคิน ภัทร อาจมีมูลค่าการเสียหายประมาณ 700 ล้านบาท ขณะที่บล.ดาโอ อาจมีมูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท  บล.เอเซีย เวลท์ อาจเสียหาย 100 ล้านบาท และบล.คิงส์ฟอร์ด อาจเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ส่วนโบรกเกอร์เจ้าอื่นที่ได้รับผลกระทบยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ได้รับผลกระทบเพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า


ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดแถลงข่าวด่วนกรณีความผิดปกติในการซื้อขาย MORE พร้อมระบุว่าแม้จะมีเหตุการณ์ผิดปกติดังกล่าว แต่การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ระหว่างบริษัทสมาชิกและสำนักหักบัญชียังคงดำเนินการไปตามปกติ ส่วนการชำระราคาระหว่างผู้ซื้อผู้ขายกับบริษัทหลักทรัพย์ยังคงต้องติดตามว่าสามารถดำเนินการตามกำหนดในวันนี้หรือไม่ และตลท. ได้ขึ้นเครื่องหมาย SP ห้ามซื้อขาย หุ้น MORE มีผล 14 พ.ย.65


ความร้อนแรงของ MORE ทำให้โบรกเกอร์ต่างออกมาชี้แจง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อลูกค้า พร้อมกับระบุว่า ไม่มีผลกระทบต่อประเด็นดังกล่าว โดยไร่เรียงจากบล.กรุงศรี ที่ออกมาชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE นั้น ทางบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ขอเรียนให้ท่านทราบว่า  บริษัท มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมี NCR (Net Capital Rule - เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ) สูงกว่าที่ทางการกำหนดมาก สำหรับการชำระราคาซื้อขายและการทำธุรกรรมอื่นๆ ยังคงดำเนินการตามปกติ


เช่นเดียวกันกับ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) นายณัฐพงศ์ ณ ระนอง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ออกมา ยืนยัน ไม่ได้รับผลกระทบกรณี หุ้น MORE และบริษัทมีอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิสูงเพียงพอในการประกอบธุรกิจ


ทั้งนี้ตามที่ในช่วงวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2565 สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวเรื่องมีนักลงทุนส่งคำสั่งซื้อผิดปกติของหุ้น MORE จากหลายโบรกเกอร์ และในวันที่ 14 พ.ย. นี้ จะครบกำหนดการชำระเงินค่าหุ้น ซึ่งหากนักลงทุนไม่ชำระค่าหุ้นภาระการจ่ายทั้งหมด จะตกอยู่กับโบรกเกอร์ที่ต้องเป็นผู้จ่ายเงินแทนให้นั้น


ดังนั้นจึงขอชี้แจงว่า การส่งคำสั่งซื้อหุ้นตัวเดียวจากหลาย โบรกเกอร์ในมูลค่าที่สูง ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่ปกติ และไม่เคยเกิดขึ้นในการซื้อขายหลักทรัพย์ในประเทศไทยมาก่อน ดังนั้น จึงเป็นธุรกรรมที่ต้องสงสัย และทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบ และหารือหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ทาง   บล.ดาโอ ได้ทำการชำระค่าหุ้นกับสำนักหักบัญชี (TCH) เรียบร้อย ตามขั้นตอนปกติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบกับความมั่นคงทางการเงินของบริษัทแต่อย่างใด โดย บล.ดาโอ ขอยืนยันว่าบริษัทมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง และมี NCR หรืออัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ มากเพียงพอในการประกอบธุรกิจ


บล.ดาโอ เป็นบริษัทในเครือของ กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) ที่ถือหุ้นโดย บริษัท DAOL Investment & Securities ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีเงินทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท และปัจจุบัน บล.ดาโอ มีเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital- NC) กว่า 1,000 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital Ratio- NCR) มากกว่า 40%


ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดสำหรับบริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ระดับ 25 ล้านบาท และ 7% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ให้กับ    คู่ค้า หรือเจ้าหนี้ของบริษัทได้


สำหรับลูกค้าที่กังวลเรื่องการดูแลบัญชีหลักทรัพย์ของลูกค้า และบัญชีของบริษัท นั้น บล.ดาโอ มีมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต. ที่กำหนดให้มี Segregated Account คือ บัญชีที่แยกทรัพย์สินของผู้ลงทุนออกจากทรัพย์สินของบริษัท ทำให้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบัญชีหลักทรัพย์ของลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ และลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ตามปกติ

ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”