Official Update :

เปิดมุมมองพื้นฐาน 4 หุ้นเด่น กูรูฟันธง! แนวโน้มกำไรดีต่อเนื่อง

ผ่านไปแล้วกับการประกาศงบไตรมาส 3/65 มีหุ้นหลายตัวที่ผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้น และมีแนวโน้มที่กำไรจะเติบโตต่อเนื่อง หรือปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ดังนั้น Wealthy Thai จึงมี 4 หุ้นที่นักวิเคราะห์จากบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่ามีปัจจัยบวก ช่วยสนับสนุนกำไรไตรมาส 4/65 (เดือนต.. - .. 65) ให้เติบโตแข็งแกร่งจากไตรมาส 3/65 นั่นคือ BBL, CPALL, BCP และ AOT


สำหรับ BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 7,657 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นหุ้นแบงก์ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าทำผลงานได้โดดเด่นต่อเนื่อง โดยบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ไตรมาส 4/65 สินเชื่อจะอยู่ในระดับทรงตัวจากไตรมาส 3/65 เพราะมีการชำระคืนสินเชื่อสูง ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะขยายตัวน้อยลง ขณะที่การตั้งสำรองจะลดลง และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้จะเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล


โดยคาดว่า BBL จะรายงานกำไรไตรมาส 4/65 ที่ 4.6 พันล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธนาคาร เพิ่มขึ้น 52% จากไตรมาส 4/64 และเพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาส 3/65 ด้วยแรงหนุนการตั้งสํารองที่ลดลงและ NIM ที่ขยายตัวดี ดังนั้นยังคงเลือก BBL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 168 บาท เพราะมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ และจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการกลับเข้าสู่วัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้น


ถัดมา CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% จากไตรมาส 4/64 และเพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาส 3/65 ซึ่งเป็นระดับที่มากกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ โดยบล.บัวหลวง ระบุว่า แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะยังคงอยู่ในระดับสูงในไตรมาส 4/65 แต่การเปิดประเทศไทย FIFA World Cup และการฟื้นตัวของจำนวนลูกค้าเข้าร้านจะยังคงหนุนการเติบโตของกำไรทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าไตรมาส 4/65 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2565 นอกจากนี้คาดว่าบริษัทจะรักษาการเติบโตของกำไรต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 75.00 บาท             


BCP หรือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากไตรมาส 4/64 แต่ลดลง 53% จากไตรมาส 3/65 จาก operating GRM ที่ลดลง และขาดทุนสินค้าคงเหลือจํานวนมาก ทั้งในธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจการตลาด เนื่องจากราคานํ้ามันลดลงแรง


แต่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดว่าแนวโน้มไตรมาส 4/65 กำไรของ BCP จะปรับตัวดีขึ้น โดยธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันน่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจาก market GRM จะได้แรงหนุนจากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ middle distillate ที่สูงขึ้นตามฤดูกาล นอกจากนี้คาดว่าขาดทุนสินค้าคงเหลือจะลดลงจากไตรมาส 3/65 เนื่องจากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับทรงตัวจาดสิ้นไตรมาส 3/65 และผลการดำเนินงานของธุรกิจการตลาดจะกลับสู่ระดับปกติหลังจากได้รับผลกระทบจากขาดทุนสินค้าคงเหลือจำนวนมากในไตรมาสก่อนหน้า ที่สำคัญกว่านั้นคือธุรกิจ E&P จะสร้างกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันที่แข็งแกร่ง คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 44 บาท


สุดท้าย AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในหุ้นยอดฮิตของนักลงทุนที่ผลงานกำลังฟื้นตัว โดยบล.โนมูระ พัฒนสิน คาดว่าไตรมาส 4/65 (เดือนก.ค.-ก.ย. 65) AOT จะขาดทุนลดลงเหลือ 752 ล้านบาท จาก 5,157 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และขาดทุน 2,207 ล้านบาท ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการฟื้นตัวของปริมาณการเดินทาง และยังคาดว่าไตรมาส 1/66 (เดือนต.ค.-ธ.ค. 65) ที่เป็นช่วง High season ของการเดินทางจะฟื้นเป็นกำไรสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส ที่ 9.0 พันล้านบาท


ภายใต้สมมติฐานปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินจะกลับมาอยู่ที่ 78% และ 87% ของช่วงก่อนเกิด Covid-19 ตามลำดับ นอกจากนี้ AOT ยังมี Upside risk จากโครงการ AirportCity (การบริหารจัดการพื้นที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ) และโครงการรับมอบ 3 สนามบินจากกรมท่าอากาศยานซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2566 ดังนั้นคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 78 บาท


ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้