PRI เตรียมเทรดปลายเดือนพ.ย. นี้ ชี้ราคา IPO มีส่วนลด - P/E ต่ำกว่าตลาด
PRI เคาะราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 15 บาท เปิดจองซื้อ 22-24 พ.ย. นี้ ผ่านผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 6 ราย คาดเข้าเทรดได้ปลายเดือนพ.ย. 65 ฟากบล.เอเซีย พลัส ชี้ราคามีส่วนลด ระดับ P/E ต่ำกว่า mai และผู้ประกอบการธุรกิจใกล้เคียงกัน ยืนยัน ORI ผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่มีนโยบายขายหุ้น
นางสาวยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ได้กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่ราคาหุ้นละ 15 บาท ซึ่งมองว่าเป็นราคาที่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 22 – 24 พ.ย.นี้ และคาดจะนำหุ้น PRI เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ในช่วงปลายเดือนพ.ย. 65 โดยเชื่อว่า PRI จะเป็นหุ้น IPO ที่ได้รับความสนใจที่ดีจากนักลงทุน ด้วยจุดแข็งด้านบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ แบบครบวงจร มีฐานลูกค้าที่มั่นคง มีรายได้ประจำที่มาจากการทำสัญญาระยะยาวกับลูกค้า และผลประกอบการที่ผ่านมาที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้น IPO ของ PRI สามารถจองซื้อได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วมอีก 5 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ส่วนประเด็นที่ราคาเสนอขายหุ้น IPO อาจแพงไปหรือไม่นั้น มองว่า ราคาเสนอขายหุ้น IPO ของ PRI ที่ 15 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 18.07 เท่า โดยบริษัทประกอบธุรกิจให้บริการและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ ซึ่งมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงในระดับ 2 หลัก ดังนั้นหากเปรียบเทียบกับ P/E ของ mai ที่ระดับ 57 เท่า และ P/E ของผู้ประกอบการที่มีธุรกิจใกล้เคียงกันที่ระดับราว 20 เท่า PRI ยังมีระดับ P/E ที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังไม่มีผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจ บริษัท 100% อีกด้วย
ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 75% และไม่มีนโยบายขายหุ้นออกมาอย่างแน่นอน โดยจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ ORI ถือไว้จะถูกล็อกไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
นางสาวจตุพร วิไลแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะใช้เป็นเงินทุนในการขยายกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบันราว 1,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการลูกค้า 110 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการอีกราว 49.77 ล้านบาท
โดยบริษัทวางกลยุทธ์การเติบโตด้วยการมุ่งเพิ่มศักยภาพการให้บริการและสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ แบบวันสต็อปเซอร์วิส เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการอยู่อาศัยในทุกจังหวะการใช้ชีวิต หรือ “At Your Service, Every Moment” โดยจะมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิมใช้บริการต่อเนื่องและขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีศักยภาพ พร้อมทั้งวางแผนยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักในปัจจุบัน ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีไอทีและดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ มุ่งสู่ผู้นำของธุรกิจให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจร
ด้านนางสาวนุชจรีย์ จิตต์อาจหาญ ผู้บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตแข็งแกร่ง โดยในปี 2562 – 2564 มีรายได้รวม 255.69 ล้านบาท 266.51 ล้านบาท และ 489.56 ล้านบาทตามลำดับ เติบโตเฉลี่ย 30.48% ต่อปี และมีกำไรสุทธิ 34.52 ล้านบาท 40.05 ล้านบาท และ 111.25 ล้านบาทตามลำดับ เติบโตเฉลี่ย 74.09% ต่อปี ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 604.26 ล้านบาท เติบโต 95.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 156.02 ล้านบาท เติบโต 128.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจเติบโตได้ดีและมีอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ณ งวด 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 61.62% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 81.20%
