ออมหุ้น CPALL ผลตอบแทนสุดแข็งแกร่ง

การออมหุ้น คือ การลงทุนในระยะยาวและต้องเลือกหุ้นที่อยู่ในเมกะเทรนด์ ดังนั้นหลายคนจึงเลือกหุ้นที่ถูกเรียกว่าเป็นผู้ชนะของอุตสาหกรรม อย่างในหุ้นของ CPALL ที่กลายเป็นผู้ชนะในกลุ่มค้าปลีก และยึดกุมตลาดในเมืองไทยได้อย่างอยู่หมัด  นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการขยายตลาดไปในหลายประเทศในอาเซียนด้วย


การทดลอง ออมหุ้ม แบบ DCA  นั้น WEALTHY THAI เข้าซื้อหุ้น CPALL ด้วยเงิน 5,000 บาททุกเดือน เป็นเวลา 5 ปี  ได้ปริมาณหุ้นทั้งหมด  5,484  หุ้น มูลค่าต้นทุน  332,910 บาท  ราคาเฉลี่ย 60.71 บาท มูลค่าตลาด 374,283 บาท ราคาล่าสุด 5 ส.ค. 68.25 บาท กำไร 41,372 บาท หรือกำไร 12.43 % รับเงินปันผล  20,385 บาท

COVID-19 กระทบแค่ระยะสั้น


สำหรับอนาคตของ CPALL นั้น อาจไม่โดดเด่นเหมือนที่ผ่านมา โดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 83 บาท ผลประกอบการไตรมาส 2 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เคยคาด เนื่องจากการล็อกดาวน์กระทบทั้ง SSSG และอัตรากำไรขั้นต้น แต่กำไรไตรมาส 3 จะฟื้นตัวอย่างมีนัยยะ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดของปีในไตรมาสที่ 2 จากการคลายล็อกดาวน์และการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น อีกทั้งขยายสาขาตามเป้าหมาย ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงจากกำไรลดลง เป็นโอกาสในการซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมาย (DCF, WACC 7.2%, G. 4%) เท่ากับ 83 บาท


คาดกำไรสุทธิ ไตรมาสที่ 2 ลดลง 76% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ในเดือน เม.ย. มีหลายปัจจัยกดดัน SSSG ไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว นักท่องเที่ยวลดลง ยกเลิกวันหยุดสงกรานต์ และห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ SSSG ของร้านเซเว่นฯ คาดว่าจะลดลงเป็น -30% โดยในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ที่เริ่มมีการคลายล็อกดาวน์ และยกเลิกเคอร์ฟิวคาดว่า SSSG ติดลบน้อยลงเป็น -20% และ -12% ตามลำดับ


เราจึงคาดว่า SSSG ใน 2Q63 อยู่ที่ -21% และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ CPALL ลดลง 90 bps YoY เป็น 21.7% จากการลดลงของยอดขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง เช่น สินค้า Ready to eat ซึ่งได้รับผลกระทบจากเคอร์ฟิว อีกทั้งสัดส่วนยอดขายจาก MAKRO มากขึ้น (อัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อ) เราประเมินกำไรสุทธิ 2Q63 ลดลง 80% QoQ และ 76% YoY เป็น 1,154 ล้านบาท

กำไรค่อยๆ ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง  

ผลประกอบการ ไตรมาส 2 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี โดยฟื้นตัวใน ไตรมาสที่ 3  จากแนวโน้ม SSSG ติดลบน้อยลง เนื่องจากจำนวนลูกค้าเข้าร้านคาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังจากการกลับมาทำงาน (Work from home น้อยลง) การเปิดเทอม และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเดือน ก.ค. – ต.ค. ส่งผลบวกต่อยอดขายสาขาที่อยู่ตามเส้นทางท่องเที่ยว ขณะที่ MAKRO จะได้ประโยชน์จากลูกค้ากลุ่ม HORECA กลับมาดำเนินธุรกิจหลังคลายล็อกดาวน์ และราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นจากการบริโภคที่เริ่มฟื้นตัว

ยังเติบโตได้อย่างมั่นคง

เราเชื่อว่า CPALL เป็นหนึ่งในบริษัทที่ยังเติบโตได้อย่างมั่นคง และได้รับผลกระทบจำกัดจากเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากยอดการใช้จ่ายต่อใบเสร็จ (Spending per ticket) ของลูกค้าร้านเซเว่นฯ ไม่สูง โดยอยู่ที่ 70 บาท และยังมีการขยายสาขา 700 สาขาต่อปีตามเป้าหมาย การเข้าซื้อกิจการเทสโก้โลตัส ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายใน 4Q63 จะสนับสนุนการเติบโตของ CPALL ได้ในระยะยาวจากการเพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ และได้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาดมากขึ้น


ความเสี่ยง : การระบาดของโควิด-19 รอบ 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง อากาศเย็นหรือฝนตกมากกว่าปกติ รายได้เคาน์เตอร์เซอร์วิสชะลอ

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 20 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us