EA กำลังวิ่งแบบ Non-stop บนความหวังพลังงานแห่งอนาคต
อีกหนึ่งหุ้นร้อนแรงของปี 2564 อย่างบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ไม่รู้ไปโดนยาดีอะไรมาที่ทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น แต่อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าหากตลาดผันผวน ก็ถือเป็นหนึ่งในหุ้น Defensive ที่ถือว่าแม้จะมีการระบาดของ COVID-19 อีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจำกัดอีกด้วย
สำหรับ EA ถือเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนมาโดยตลอด ซึ่งหากมองย้อนกลับไปนั้น ยังถือเป็นหุ้นที่ให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3 ปี ขณะที่ในแง่ของผลประกอบการก็เช่นเดียวกันมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจากราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้ต่อสายตรงไปยังคุณธีร์ธนัตถ์ จินดารัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จํากัด โดยจะบอกอะไรกับเราบ้างไปดูกันเลย
ทั้งนี้คุณธีร์ธนัตถ์ บอกกับเราว่า ทุกอย่างยังเหมือนเดิมโดยถ้าในแง่ของการเติบโตในปี 2564 จะมีการรับรู้รายได้จากโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ในระยะที่ 1 ที่มีขนาดกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง ส่วน EV Car ที่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะมีการเลื่อนส่งมอบ แต่จะได้ชดเชยจากประเด็นที่บริษัท และ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX จะเข้าร่วมประมูล E BUS จากหน่วยงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งคาดว่าจะเข้าประมูลในช่วงครึ่งแรกปี 64 โดยต้องรอติดตามว่าจะได้รรับมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามแต่เดิมโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ทาง EA จะรองรับ EV Car และเรือไฟฟ้า แต่การที่ EV Car หายไป ทาง EA จะเอาไปใช้รองรับการประมูล E BUS แทน
ส่วนประเด็นของราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง คุณธีร์ธนัตถ์ บอกว่า ตลาดน่าจะเล่นหุ้นธีมแบตเตอรี่ และโรงไฟฟ้า เพราะว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นทุกตัว แนะนำให้ขายทำกำไรดีกว่า หรือทยอยทำกำไรบางส่วน ขณะที่นักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น EA แนะนำให้ดูไปก่อน
อย่างไรก็ตามในปี 2564 ได้ประเมินกำไรปกติของ EA อยู่ที่ระดับ 5.2 พันล้านบาท เติบโตเล็กน้อยประมาณ 3% จากปี 2563 โดยแรงขับเคลื่อนผลประกอบการหลักๆในปี 2564 จะมาจากธุรกิจใหม่ ส่วนหน่วยธุรกิจ Bio – PCM ที่เริ่มจะทยอยส่งมอบคาดว่าจะช่วยสนับสนุนมาร์จิ้นของ EA ในอนาคตอีกด้วย
จากรายงานของบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จํากัด ยังระบุอีกว่า แม้ COVID-19 ยังไม่ชะลอการแพร่ระบาด แต่หลายประเทศรวมถึงไทยเลือกที่จะเปิดให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนได้ตามปกติ โดยเฉพาะภาคการผลิตและภาคบริการบางส่วน เช่น ร้านอาหาร ทำให้นโยบายของรัฐบาลหลังจากนี้ต้องเน้นประคับประคองเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยประเด็นการจัดสรรงบประมาณส่วนใหญ่จะลงไปที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและฉีดวัคซีน และอีกส่วนจะเน้นช่วยเหลือค่าครองชีพ
ขณะที่ มาตรการกระตุ้นการลงทุน จะเป็นไปตามกรอบที่รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจเคยวางไว้ คือ การสนับสนุนระบบโดยสารไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพราะฉะนั้น หุ้นที่ได้ประโยชน์จากธีมหลักที่เกาะไปกับมาตรการรัฐ เช่น EA , GPSC, BCP, CWT, JR ยังน่าสนใจลงทุน รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการเร่งจัดหาวัคซีน BDMS, BCH, JWD, III, SCGP
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 4/63 กลับมาฟื้นตัวจากไตรมาส 3/63จากปัจจัยฤดูกาลที่ลมแรงและแสงแดดที่ดีขึ้น ขณะที่การปรับโครงสร้างการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ผ่าน บจ. อีเอ โมบิลิตี โฮลดิง (EMH) โดยล่าสุดมีทุนจดทะเบียนสูงถึง 3.3 พันล้านบาทสะท้อนถึงโอกาสการลงทุนที่มีอีกมากทั้งเรือไฟฟ้า, รถบัสไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรในปีนี้
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า EA NEX EPG BCPG หุ้นเกี่ยวเนื่อง เทคโนโลยี Energy storage ที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรม Renewable energy และ ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA ได้เปิดเผยว่า ในปี 2564 ธุรกิจ EV จะมีบทบาทสำคัญต่อ EA อย่างมาก ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้คาดว่าปี 2564 จะมีรายได้รวมเติบโต 20-30% จากปี 2563 โดยธุรกิจ EV คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 20-30% จากปี 2563 ที่แทบจะไม่มีรายได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 โครงการเรือไฟฟ้า รถบัสโดยสารไฟฟ้า สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน
โดยเริ่มจาก โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ในระยะที่ 1 ที่มีขนาดกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง ขณะนี้การก่อสร้างใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิต (COD) สำหรับระยะที่ 1 ได้ในช่วงปลายไตรมาส 1/2564
ต่อมา รถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 ที่จะผลิตและส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 ให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสุวรรณภูมิพัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) ที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไว้เพื่อส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 จำนวน 3,500 คันนั้น โดยจะทยอยส่งมอบเป็นเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2564 นี้ เป็นต้นไปจนครบจำนวน ตามจังหวะและความเหมาะสม พร้อมกันนี้บริษัทยังปรับกลยุทธ์ขยายตลาดไปยังโลจิสติกส์ โดยจะออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการ ทั้งกระบะขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่ง EA มีแผนเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดนี้อีกด้วยเพื่อสร้างการเติบโต
ขณะที่รถบัสโดยสารไฟฟ้า มีแผนจำหน่ายให้บริษัทที่ชนะการประมูลขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมยังมีแผนขยายตลาดอื่นๆเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นตลาดรถรับส่งระหว่างจังหวัดระยะทาง 200 กม. รวมทั้งรถร่วมขสมก. ที่อยากเปลี่ยนเป็นรถบัสโดยสารไฟฟ้า โดยบริษัทสามารถผลิตได้ 3,000 คันต่อปีต่อกะ โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อแล้วในระดับหลักหลายร้อยคัน ซึ่งโรงงานประกอบรถบัสโดยสารไฟฟ้าคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 2/64
ส่วนโครงการเรือไฟฟ้ามีระยะเวลาของการชาร์ตราว 20 นาที วิ่งได้ประมาณ 100 กม.ล่าสุดเปิดให้ทดลองใช้งานเรียบร้อยแล้ว โดยจะเปิดให้บริการก่อน 3 ลำ คาดว่าจะให้บริการฟรีราว 1-2 เดือน เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเก็บค่าโดยสารประมาณช่วงเดือน ก.พ.64 ในราคาเฉลี่ย 20 บาทตลอดสาย โดยจะมี 2 รูปแบบทั้งเรือด่วน และจอดระหว่างท่าเรือ ซึ่งคาดว่าเฟส 1 จะเปิดให้บริการครบ 27 ลำในช่วงต้นไตรมาส 2/64
ด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทได้ทยอยติดตั้งอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดหวังจะครบ 1,000 แห่งภายในปี 2564 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 500-600 แห่ง โดยจะเน้นในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยหัวเมืองหลักในต่างจังหวัดบริษัทได้ขยายไปแล้วพอสมควร

