3 เหตุผลที่บอกว่าหุ้น KKP น่าซื้อ แม้ว่าจะหลุด SET50

การเข้ามาของหุ้น IPO อย่าง AWC ที่มีมาร์เก็ตแค็ปของหุ้น  มูลค่า 1.92 แสนล้านบาทในวันแรกที่เข้าไอพีโอ ทำให้ KKP ต้องหลุดออกจาก SET50 ทันที จริงๆ แล้ว จังหวะแบบนี้เป็นโชคร้ายหรือโชคดีของผู้ที่อยากลงทุนในหุ้น KKP หรือธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) กันแน่???? เพราะการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นน่าจะเป็นโอกาสของการเข้าลงทุน   วันนี้ Wealthy Thai ชวนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน


ปัจจุบัน KKP ดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่มธุรกิจคือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ดำเนินงานโดยธนาคารเกียรตินาคิน และธุรกิจตลาดทุน ดำเนินงานโดยทุนภัทรคือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภัทร จำกัด โดยตั้งเป้าธุรกิจร่วมกันคือ


1. ธุรกิจด้านการให้สินเชื่อและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง (Credit Business)

2. ธุรกิจ Private Banking

3. ธุรกิจ Investment Banking


โดยในส่วนของธุรกิจการให้สินเชื่อ จะเน้นการให้บริการสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ธุรกิจ Private Banking และ Investment Banking  เป็นธุรกิจการให้บริการสำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง จะอาศัยความร่วมมือกันของทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าและช่องทางสาขา และธุรกิจตลาดทุนในเรื่องความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน (Wealth Management)


ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา KKP รายงานกำไรสุทธิ 2,699 ล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อ 8 เดือนแรกอยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด มองว่า ยอดสินเชื่อ 8 เดือนแรกที่เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) สามารถบรรลุประมาณการเติบโตของสินเชื่อตามที่เราคาด 5% ได้สำเร็จ นำโดยสินเชื่อเงินกู้เพื่อการพาณิชย์ (Corporate Loan) ในขณะเดียวกันคาดรายได้จากค่าธรรมเนียม จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนุนจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ (IB) ซึ่งมีดีลอยู่ใน Pipeline เช่น ดีล IPO หุ้น AWC และดีลการควบรวม TMB และ TBANK เป็นต้น


ส่วนด้านคุณภาพสินทรัพย์ คาดธนาคารจะสามารถจัดการคุณภาพสินทรัพย์ให้ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ ณ สิ้น ไตรมาส 2/62 KKP มีสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.2% ใกล้เคียงกับที่เอเชีย เวลท์ประมาณการว่า NPL Ratio ทั้งปี 2562 ที่ 4.0%



แนวโน้มลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ส่งผลดีกับ KKP

ทั้งนี้สำหรับประเด็นอัตราดอกเบี้ยที่เข้าสู่แนวโน้มขาลง คาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% อีก 1 ครั้งภายในปี 2562 จาก 1.50% สู่ระดับ 1.25% ส่งผลบวกต่อกลุ่มธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ อย่าง KKP เนื่องจากได้ประโยชน์จากต้นทุนแหล่งเงินกู้ลดลง (อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว) ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับเป็นแบบคงที่ ประเมินอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) จะทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยเราคาด NIM ปี 2562 และปี 2563 อยู่ที่ 4.50% และ 4.76% ตามลำดับ เทียบกับไตรมาส 2/62 ที่ 4.0%


เพราะฉะนั้นจึงแนะนำซื้อหุ้น KKP โดยให้ราคาเป้าหมาย 80 บาท จากปัจจัยสำคัญ ดังนี้

1. คาดธุรกิจสินเชื่อสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (ตามเป้า) โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ


2. KKP มีความน่าสนใจมากกว่าธุรกิจธนาคารอื่น ๆ เนื่องจากธุรกิจหลักทรัพย์มีแนวโน้มเติบโต คิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของกำไรสุทธิ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 6,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งครึ่งปีแรก ทำกำไรสุทธิแล้ว 43% ของกำไรสุทธิรวม


3. อัตราปันผลตอบแทนที่สูงในระดับ 7-8% ต่อปี และค่า PER ที่ต่ำกว่า 10 เท่า ในขณะที่ ROE ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี



รายได้จากโบรกเกอร์สนับสนุนการเติบโต

ด้านบล.ฟิลลิปมองคล้ายๆ กันคือ KKP ได้ประโยชน์จากธุรกิจตลาดทุน โดยมองว่าบล.ภัทรน่าจะช่วยทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมของ KKP ในไตรมาส 3/62 เพิ่มสูงขึ้น โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 18.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่มีมูลค่าการซื้อขายที่ 5,400 ล้านบาทต่อวัน นอกจากนี้ส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) จากค่านายหน้าของบล.ภัทร ยังเพิ่มสูงขึ้นมากด้วยเป็น 10.38% จาก 8.89% ใน ไตรมาสก่อน ขณะที่ธุรกิจวาณิชธนกิจก็โตตามด้วย มีดีลใหญ่อยู่ในมือ!!



คุณภาพสินทรัพย์ครึ่งปีหลังแนวโน้มดี

ขณะที่บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า KKP เริ่มฟื้นตัว และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา จึงมีโอกาสขึ้นได้อีก หรือเป็นหุ้นแลกการ์ด บวกกับปัจจัยเฉพาะตัวคือมีปันผลสูง โดยคุณภาพสินทรัพย์คาดจะค่อยๆ ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 62 เนื่องจากธนาคารเปลี่ยนไปมุ่งเน้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนต่ำ คาดการณ์อัตราส่วน NPL จะลดลงเป็น 4.08% ในปี 2562 จาก 4.21% ในไตรมาส 2/62 และสัดส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อโดยรวมลดลง (รวมถึงผลขาดทุนจากยอดขายรถยนต์ที่ยึดคืน) ทั้งนี้ในครึ่งหลังของปี ธนาคารได้เพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และยกเลิกข้อตกลงในเรื่องการให้ไฟแนนซ์กับซูซูกิ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ให้ดีขึ้น

พรพินันท์ จันทอุดม

อดีตผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ-ตลาดทุน หนังสือพิมพ์ย่านประชาชื่น ชอบเล่าเรื่องหุ้นให้พ่อฟัง สนใจเรื่อง behind the Scene ของนักธุรกิจ มีความฝันอยากเขียนเรื่องการลงทุนให้ผู้อ่าน (ที่รัก) ได้เข้าใจแบบง

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us