KTMS เคาะราคาขาย IPO ที่ 3.10 บาท เปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อ 13-15 ธ.ค.65 เตรียมตัวเข้าเทรด mai วันที่ 23 ธ.ค.นี้
เคที เมดิคอล เซอร์วิส หรือ KTMS หนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบครบวงจร (One-stop Services) ประกาศเคาะราคาเสนอขาย IPO ที่ระดับ 3.10 บาทต่อหุ้น พร้อมแต่งตั้ง บล.โกลเบล็ก เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ บล.พาย เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เตรียมเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อ 13-15 ธ.ค. คาดเข้าเทรดใน mai วันที่ 23 ธ.ค.นี้
นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผย ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของบมจ.เคที เมดิคอล เซอร์วิส (“KTMS”) ว่า ล่าสุดได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ “KTMS” ที่ระดับราคา 3.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 37.29 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565)
โดยระดับราคาดังกล่าวถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่ออิงกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำการดำเนินธุรกิจการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมทั้งการขายและการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างครบวงจร เป็นรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ “KTMS” ยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐ อาทิ โครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนงบบริการผู้ป่วยเรื้อรัง จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่สนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มีสิทธิสามารถร่วมตัดสินใจเลือกวิธีการล้างไต เป็นแบบฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมร่วมกับแพทย์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้มีจำนวนผู้ป่วยใช้บริการกับกลุ่มบริษัทฯมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจึงตอกย้ำถึงศักยภาพทางธุรกิจของ “KTMS” ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า การระดมทุนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการเปิดรับโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของ “KTMS” ในอนาคต
ด้านนายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดราคาในการเสนอขายที่ระดับราคา 3.10 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ทั้งนี้ “KTMS” เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 76.64 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.55 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้น บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นตามสิทธิ Pre-emptive จองซื้อระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค. ขณะที่นักลงทุนทั่วไป จะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 13-15 ธ.ค.2565 และจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจบริการ ภายใต้ชื่อย่อ “KTMS”ภายในวันที่ 23 ธ.ค. 2565 นี้
ขณะที่นางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ “KTMS” เปิดเผยว่า จากศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ บริษัทฯยังคงมีโอกาสเติบโต ในธุรกิจการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายของภาครัฐ และจำนวนผู้ป่วยที่ใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะมีการทำงานของไตเสื่อมลง
ดังนั้นจะส่งผลให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรัง โดยจะเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยดังกล่าว ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ต่อปี ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลเชิงบวกให้ “KTMS” มีอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยประมาณ 30% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากระดมทุนในครั้งนี้ กว่า 237 ล้านบาท บริษัทฯจะนำไปต่อยอดธุรกิจการให้บริการ เพื่อใช้ลงทุนในสถานพยาบาลฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 155 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 14 แห่ง ทั่วประเทศ แบ่งเป็น Outsource 8 สาขา และ 6 สาขา ที่เป็น Stand Alone ซึ่งจะทำให้มีจำนวนเครื่องไตเทียม เพิ่มขึ้น 123 เครื่อง
ทั้งนี้ยังใช้ลงทุนในโรงงานผลิตน้ำยาไตเทียม และศูนย์บริการวิศวกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 61 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Lead Underwriter) พร้อมแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Co-Underwriter) ให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)
