จับตา! มูลค่าการซื้อขายวันนี้ หลังรายย่อยนัดรวมตัว "หยุดเทรด" ประท้วงรัฐบาลรีดภาษีขายหุ้น
จากกรณีที่มีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่าวันนี้ (8 ธ.ค.65) นักลงทุนรายย่อยจะนัดรวมตัวกันหยุดซื้อขายหุ้น 1 วัน เพื่อคัดค้านมาตรการรัฐที่จะจัดเก็บภาษีการขายหุ้น เนื่องจากมองว่าเป็นมาตรการไม่เป็นธรรม เพราะหากขาดทุนก็ยังต้องเสียภาษี อีกทั้งอาจกระทบต่อมูลค่าการซื้อขายหุ้นต่อวันลดลง
ขณะเดียวกัน มาตรการดังกล่าวได้มีการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่ 1. ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เฉพาะการขายหลักทรัพย์ที่บุคคลนั้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องของหลักทรัพย์นั้น
2.สำนักงานประกันสังคม 3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 4. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 5. กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน 6. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ 7. กองทุนการออมแห่งชาติ 8. กองทุนรวมที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมแก่สำนักงานประกันสังคมหรือกองทุนตามข้อ 3-7 เท่านั้น
ก.คลังเมินรายย่อยหยุดเทรดประท้วง
โดยรายงานข่าวหลายแห่งระบุคำให้สัมภาษณ์ของ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า กรณีที่นักลงทุนรายย่อยกลุ่มหนึ่งที่มีการนัดหยุดซื้อขายหุ้นในวันที่ 8 ธ.ค. นี้ ก็คงไปห้ามไม่ได้ ขึ้นอยู่กับนักลงทุนเอง
กระทรวงการคลังคงไม่ทบทวนการจัดเก็บภาษีขายหุ้น เพราะ ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว และสำนักงานกฤษฎีกา อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดก่อนประกาศในราชกิจจาฯ โดยกระทรวงการคลังได้อธิบายชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นในการจัดเก็บภาษีหุ้นไปหมดแล้ว และการจัดเก็บภาษีหุ้นเป็นแนวทางเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงเป็นอัตราที่ต่ำกว่าหลายประเทศในกลุ่มเอชีย ยกเว้น สิงคโปร์ เท่านั้น
ผนึกกำลังค้าน-ฉุดสภาพคล่องตลาดหาย
ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมามีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดว่ายังไม่ใช่เวลาอันสมควรที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีขายหุ้นในตอนนี้ เช่นนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค “Kobsak Pootrakool” ว่า ในเรื่องการเก็บภาษีขายหุ้นที่ผ่านครม.ในวันนี้นั้น (29 พ.ย.65) ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เคยได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และได้ทักท้วงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ในช่วงที่ตลาดผันผวนปั่นป่วนอย่างยิ่ง ในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร ทองคำ ค่าเงิน และสินทรัพย์ใหม่ เช่น เงินคริปโต ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อนักลงทุน และจะผันผวนไปอีกระยะ
นอกจากนี้ ยังมีวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นรออยู่ข้างหน้า ซึ่งเริ่มเห็นถึงเค้าลางในบางประเทศ และสภาพคล่องของตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือน้อยกว่าครึ่งของก่อนหน้า พร้อมทั้ง “ขอยืนยันว่า ช่วงนี้จึงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับเรื่องนี้ ครับ”
ด้านบริษัท หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเก็งกำไรระยะสั้น ทำให้อาจกระทบต่อปริมาณการซื้อขายของตลาด และเป็นลบกับธุรกิจหรือหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งอิงปริมาณการซื้อขาย นอกจากนี้ปัจจัยดังกล่าว อาจกระทบกับจิตวิทยาการลงทุนของตลาดรวมในระยะสั้นได้
ขณะที่บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มองว่าจะเป็นผลกระทบเชิง “ลบ” ต่อสภาพคล่องของตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ ขณะที่กลุ่มหุ้น ขนาดกลาง-เล็ก ที่มีปริมาณการซื้อขายมากจากกลุ่มนักลงทุนรายย่อย จะมีสภาพคล่องลดลง
