ลุ้นวันนี้! 6 หุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่ตัวเต็ง รับข่าวดี กกพ.ประกาศชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ จ่อคิวคว้าใบอนุญาตขายไฟรวม 5,200 MW
บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่าวันนี้ กกพ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติขายไฟฟ้า 5,200 MW: โครงการนี้มีผู้ประกอบการเสนอขายไฟฟ้ารวม 17,400MW มากกว่าที่ภาครัฐเปิดประมูลถึง 3 เท่า ซึ่งวันนี้ กกพ.จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและจะประกาศรายชื่อผู้ชนะในวันที่ 22 มี.ค.2566โดยมี GULF GPSC BGIRM RATCH EA และ GUNKUL เป็นกลุ่มตัวเต็ง
ล่าสุด นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า การยื่นคำขอผลิตไฟฟ้าและยืนยันการยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าพร้อมเอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติ และข้อมูลความพร้อมทางด้านเทคนิคพร้อมเอกสารหลักฐานผ่านระบบ RE Proposal (ระบบ REP) ซึ่งเปิดให้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.65 เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 25 พ.ย.65 เวลา 12.00 น. รวม 22 วัน
โดยที่ผ่านมานั้น ภายหลังสำนักงาน กกพ. ได้ปิดระบบ REP แล้ว มีผู้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้า รวม 670 โครงการ แบ่งเป็น (1) ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จำนวน 272 โครงการ และ (2) ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) จำนวน 398 โครงการ คิดเป็นปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายรวม 17,400 เมกะวัตต์
RATCH ยื่นขอใบขายไฟฟ้า 500 MW
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า RATCH มีการยื่นเสนอขายไฟฟ้ารวม 500MW แบ่งออกเป็น 1.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 400MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน จำนวน 100MW
ในเบื้องต้นหากอิง สมมติฐานเงินลงทุนที่ 35 ล้านบาท/MW และสัดส่วน D/E ที่ 2.5 เท่า การได้กำลังผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ทุกๆ 10 MWe จะเป็น Upside ให้กับราคาเหมาะสมของ RATCH ราว 0.06 บาท/ หุ้น (หากได้ 400MW จะเป็น Upside ให้ราว 2.40 บาท)
GULF-GUNKUL จับมือลุยคว้า 1,000 MW
ส่วนบริษัทร่วมทุนระหว่าง GUNKUL และ GULF จะยืนขอเสนอขายไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 1,000 MW หากบริษัทร่วมทุนระหว่าง GULF และ GUNKUL ได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 1,000MW จะเป็น Upside Risk ต่อประมาณการกำไรในระยะยาว
GPSC ดึงพันธมิตรรายใหญ่ลุยพลังงานลม
ขณะที่ GPSC ได้ทำการลงนามสัญญาร่วมทุนในการพัฒนาโครงการพลังงานลม (Joint Venture Agreement) กับกลุ่ม Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) ผ่านกองทุน CI NMF I Cooperatief U.A. (CI NMF I)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโอกาสการลงทุนในพลังงานลม และจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานลม โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมภายในประเทศ
โดยกองทุน CI NMF I ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น ในสัดส่วนการถือหุ้น 49% ใน บริษัท ยูรัสพลัส จำกัด และ บริษัท โบรีพลัส จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าร่วมยื่นขอผลิตไฟฟ้าตามที่กกพ. ได้ประกาศเชิญชวนรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565
