AGE กับโอกาสการเติบโตในอนาคต ภายใต้ความท้าทายของราคาถ่านหินที่อาจชะลอตัว
“ถ่านหิน” เป็นหนึ่งวัตถุดิบในการใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าและพลังงานอื่นในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน แต่ราคาถ่านหินก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนซัพพลายในตลาด ความต้องการใช้ตามฤดูอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ซึ่งแน่นอนว่าหากพูดถึงธุรกิจถ่านหินในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาจทำให้นักลงทุนนึกถึงหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายถ่านหินสะอาดเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศให้แก่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ
แต่อาจจะมีนักลงทุนหลายคนตั้งข้อสงสัยหรือคำถามขึ้นมาว่า “ที่ผ่านมา AGE มีการเติบโตที่น่าสนใจมากน้อยเพียงใดและต่อจากนี้จะมาเติบโตไปในทิศทางใด” ซึ่งในวันนี้เราจะมารีวิวผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาและอนาคตต่อจากนี้ว่าจะเป็นเช่นไร
โดย AGE ผลการดำเนินงานย้อนหลังไปในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2562 มีรายได้อยู่ที่ 6,209 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 272 ล้านบาท ถัดมาในปี 2563 ก็ยังมีการเติบโตที่ต่อเนื่องในส่วนของรายได้อยู่ที่ 7,925 ล้านบาทหรือเติบโตขึ้น 27.63% ส่วนกำไรสุทธิอาจชะลอตัวไปบ้างหรือมาอยู่ที่ 225 ล้านบาทหรือลดลง 17.27%
ซึ่งภาพรวมในปี 2563 อาจจะเกิดชะลอตัวไปบ้างแต่ในปี 2564 ก็สามารถกลับมาสร้างการเติบโตให้ได้อีกครั้งหรือมีรายได้อยู่ที่ 12,959 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 63.52% และไม่ใช่เพียงแค่เท่านั้นในส่วนของกำไรสุทธิก็ทำได้ถึง 638 ล้านบาท หรือมีการเติบโตขึ้น 183.55%
แต่การเติบโตไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในปี 2564 โดยในปี 2565 เฉพาะงวด 9 เดือน บริษัทก็สามารถโกยรายได้ไปถึง 13,600 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 45.4% หรือที่ทำได้ 9,356 ล้านบาท ในแง่ของกำไรสุทธิก็มีการเติบโตที่ก้าวกระโดดไม่แพ้กันโดยอยู่ที่ 945.4 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 227.7% หรือที่ทำได้ 288.5 ล้านบาท
และภาพรวมต่อจากนี้ บล. จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) ก็ได้มีมุมมองว่า ปริมาณการขายถ่านหินในไตรมาส 4/65 จะยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงทยอยกลับมาคึกคักอย่างต่อเนื่อง ด้านราคาถ่านหิน (อิง Newcastle) แม้มีค่าเฉลี่ยไตรมาส 4/65 ตั้งแต่ต้นไตรมาสถึงปัจจุบันอ่อนตัวลง 9.3% มาอยู่ที่ 378 เหรียญฯต่อตัน
โดยสาเหตุหลักมาจากการอ่อนตัวของราคา LNG ในยุโรป เนื่องจากมีการดีเลย์ของฤดูหนาว ขณะที่สต็อก LNG ของทวีปยุโรปยืนเหนือระดับ 95% ในช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เป็นผลให้ความต้องการถ่านหินที่ร้อนแรงผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวจะส่งผลให้ความต้องการใช้ถ่านหินกลับมาอีกครั้ง หลังท่อส่ง LNG จากรัสเซียยังคงปิดทำการ
จึงคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/65 ยังสามารถปรับขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าได้ โดยรวมจึงยังคงกำไรสุทธิปี 2565 ตามเดิมที่ 1,324 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนหน้า 107.5% ส่วนในปี 2566 เป็นปีที่มีปัจจัยทั้งลบและบวก อาทิ นโยบายทางการทหารระหว่างรัสเซียยูเครน โอกาสกลับมาพิจารณานโยบายเปิดประเทศของจีนหากคุม Covid-19 ได้
ส่งผลทำให้คาดว่าราคาถ่านหินเฉลี่ยจะไม่สูงเมื่อเทียบเท่ากับช่วงไฮเช่นเดียวกับปี 2565 แต่ยังคาดว่าปริมาณการขายของ AGE จะยังสามารถเติบโตได้ราว 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และโดยรวมยังคงประมาณการกำไรปี 2566 ตามเดิมที่ 931 ล้านบาท ปรับตัวลงจากปีก่อนหน้าราว 29.7%
ทั้งนี้ภายใต้ความท้าทายของธุรกิจที่ต้องเผชิญกับราคาถ่านที่ลดลงนั้น ถึงแม้ว่าจะปริมาณยอดขายที่ยังเติบโตได้นั้นก็ต้องติดตามกันว่า AGE จะมีการจัดทัพและก้าวต่อไปของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งไม่แน่ว่าบริษัทย่อยอย่างบริษัท เอจีอี ลิสซิ่ง จำกัด ที่ที่มีข่าวออกไปก่อนหน้าว่าจะดำเนินธุรกิจด้านลิสซิ่ง อาจจะฟันเฟืองชิ้นต่อในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ซึ่งนอกจากสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจ บริษัทก็ยังให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจบนแนวทาง ESG โดยมีเครื่องยืนยันอย่าง การคว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2565 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ในโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
รวมไปถึงการได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 170 บริษัทจดทะเบียนที่มีรายชื่ออยู่ในหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2565 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดต่อกันเป็นปีที่ 5

