ปรับกลยุทธ์ลงทุน 3 หุ้นใหญ่ “ลิสซิ่ง” SAWAD-MTC-TIDLOR ในวันที่ราคาหุ้นยังติดลบ

อย่างนักลงทุนไทยหลายคนทราบกันดีว่า “หุ้นกลุ่มลิสซิ่ง เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มาการเติบโตด้านกำไรได้ดีไม่แพ้หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลายกลุ่ม แต่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ตอบรับความคาดหวังจากนักลงทุนมากนัก สะท้อนจากราคาหุ้นตั้งแต่ต้นถึงปีปัจจุบัน(ณ วันที่ 26 ธ.ค.65) ที่ยังคงปรับตัวลดลง


โดย บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ลดลงถึง 36.17%หรือมาอยู่ที่ 37.50 บาท ,บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ลดลงถึง 23.08%หรือมาอยู่ที่ 47.50 บาท และ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ลดลงถึง 19.86%หรือมาอยู่ที่ 29.25 บาท


จึงทำให้นักลงทุนหลายคนเองที่ตั้งคำถามขึ้นว่า กลุ่มดังกล่าว ยังคงเป็นที่น่าสนใจอยู่หรือไม่และการปรับตัวลงจะเป็นโอกาสให้เข้าสะสมได้หรือไม่ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงจะขอนำมุมมองการลงทุนและคำแนะนำมาแบ่งปันให้ผู้อ่านและนักลงทุนมาแบ่งปันกันในครั้งนี้


โดย MTC บทวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำซื้อราคาเป้าหมายที่ 47.50 บาท เนื่องจากในช่วงสั้นราคาหุ้นมีแรงกดดันจากกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 ที่ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด แต่ด้วยผลดำเนินงานที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นใน ไตรมาส 4/65


และราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมามากทำให้มองว่า MTC มีดาวน์ไซต์ที่จำกัด อีกทั้งบริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตของสินเชื่อใหม่ได้ดีและระดับ NPL ในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังมีอัพไซต์ถึง 25.8% จากราคาเป้าหมายที่ให้ไว้


ขณะที่ SAWAD บทวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำ ซื้อราคาเป้าหมายที่ 64 บาท เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นมีความน่าสนใจ หลังปรับลงจากความกังวลต่อผลกระทบจาก พรบ. เช่าซื้อฉบับใหม่และแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ในแง่ผลดำเนินงานเริ่มมีทิศทางเป็นบวก จากการเร่งขยายพอร์ตสินเชื่อ และ NIM ที่เพิ่มขึ้น


และ TIDLOR บทวิเคราะห์บล.บัวหลวง ให้คำแนะนำ ซื้อที่ราคาเป้า 31.50 บาท เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีในปี2565 จะเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 17% และปี2566 จะเติบโตจากปีก่อนหน้า 18%  โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการขยายตัวของสินเชื่อและรายได้นายหน้าขายประกัน ความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนจักรยานยนต์(TIDLOR ให้อัตราดอกเบี้ยที่ 23% ขณะที่ตลาดให้ที่กรอบ 12-16%) และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหนือกว่า


ทั้งนี้บทวิเคราะห์บล.ดาโอ มีมุมมองลบต่อผู้ประกอบการสินเชื่อที่ดินในปัจจุบันอย่าง SAWAD และ MTC เนื่องจากประเมินว่ามีโอกาสที่ลูกหนี้รายใหม่และเก่าของบริษัทจะไปขอสินเชื่อใหม่ หรือ refinance กับธนาคารออมสินมากขึ้น ทำให้สินเชื่อที่ดินของ SAWAD และ MTC จะหดตัว หรือขยายตัวไม่เป็นไปตามเป้าบริษัท


เป็นผลมาจาก LTV ที่สูงกว่า (อยู่ที่ 70% สูงกว่า SAWAD และ MTC ที่อยู่ประมาณ 30%/50% ของราคาประเมิน) ,อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า (ที่ 7-9% ต่ำกว่า SAWAD และ MTC ที่สูงสุด 36%/15%) และปลอดชำระเงินต้นนาน 1 ปี จึงมีดาวน์ไซต์ ต่อกำไรสุทธิปี 2566


ประเมินว่าจะมีผลต่อ SAWAD ที่ -4%และ MTC ที่ -1% ต่อสินเชื่อที่ดินที่จะลดลงทุกๆ 10%, loan yield ที่ 36%/15% และสัดส่วนสินเชื่อที่ดินที่ 34%/10% อย่างไรก็ตามผลกระทบอาจจะจำกัด เนื่องจากในปี 2566 SAWAD และ MTC จะเน้นการขยายสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นหลัก

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us