JKN เรียกประชุมผู้ถือหุ้นด่วน! ขออนุมัติแผนเพิ่มทุน RO วงเงิน 3,059 ล้านบาท ในอัตรา 1 ต่อ 1 ราคาเสนอขาย 3 บาท ต่ำกว่ากระดาน
JKN นัดประชุมบอร์ดมีมติอนุมัติเพิ่มทุน 1,019,790,011 บาท ให้ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทในอัตรา 1 ต่อ 1 ราคาเสนอขาย 3 บาท หวังโกยเงิน 2,189 –3,059 ล้านบาท รองรับการใช้ชําระคืนหนี้เงินกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนและรองรับการขยายการลงทุนในอนาคตของบริษัทและบริษัทย่อย
นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยในที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2566 ในวันที่15 กุมภาพันธ์2566 เพื่ออนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จากทุนจดทะเบียนเดิม จํานวน 509,831,363บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 1,019,790,011 บาท
สำหรับการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 1,019,917,296 หุ้นเพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่แต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) และรองรับการปรับสิทธิของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) ครบกําหนดปี พ.ศ. 2568 ที่ออกให้แก่ North Haven Thai Private Equity Gemini Company (Hong Kong) Limited ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 (“หุ้นกู้แปลงสภาพทีออกให้แก่ NHTPE”)
ส่วนรายละเอียดการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 509,958,648 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน509,831,363 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 1,019,790,011 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 1,019,917,296 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
สำหรับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทไม่เกินจํานวน 1,019,790,011 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตราส่วน 1 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 3 บาท มูลค่ารวมไม่เกิน 3,059,370,033 บาท
กําหนดให้วันกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (RecordDate) เป็นวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566และกําหนดวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท สําหรับการเสนอขายในช่วงวันที่20-24 มีนาคม 2566 (รวม 5 วันทําการ)
โดยกรอบเงินระดมทุนในครั้งนี้จะอยู่ที่ 2,189 –3,059 ล้านบาท ซึ่งวัตถุประสงค์จะนําเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนเพื่อใช้ชําระคืนหนี้เงินกู้ยืมของบริษัทราว 55% เพื่อเป็นการลดภาระดอกเบี้ย ลดต้นทุนทางการเงินของบริษัท และคงอัตราส่วนทางการเงินของบริษัทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีเสถียรภาพทางการเงิน
ขณะเดียวกันจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการที่กําลังขยายตัวทางด้านธุรกิจที่ดําเนินการอยู่และสนับสนุนรายได้ที่เพิ่มขึ้นและรองรับการดําเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยทั้งในปัจจุบันและอนาคตในสัดส่วน 30% ซึ่งจะสะท้อนต่อผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทตามแผนกลยุทธ์การเติบโตอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายใช้เป็นเงินทุนในการรองรับการขยายการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของบริษัทและบริษัทย่อยในสัดส่วน 15%
ทั้งนี้ผลกระทบที่มีต่อผู้ถือหุ้นเดิมจากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (RightsOffering) เมื่อพิจารณาจะมีผลกระทบใน 3 ด้านคือผลกระทบต่อราคาหุ้น (Price Dilution) ,ผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้น (Control Dilution) และผลกระทบต่อส่วนแบ่งกําไรต่อหุ้น (Earnings per share Dilution)
โดยมีผลกระทบต่อราคาหุ้น (Price Dilution)ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ตามสัดส่วนการถือหุ้น(Rights Offering) ผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัท ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิมแต่ละราย
หากผู้ถือหุ้นเดิมทุกรายไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนเลยจะไม่มีผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัท แต่ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิที่ตนมีอยู่เลย และผู้ถือหุ้นอื่นใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิที่มีอยู่ และ/หรือ จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิ (Oversubscription) จนกว่าจะมีการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนครบทั้งจํานวน จะมีผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution)
