ถือ DOHOME ไป 1 ปี ติดดอย 37.83% โบรกฯ แนะกลยุทธ์ลงทุน “เก็งกำไร” เชื่อผลงานปี 66 ฟื้น ส่งซิกงบบวกตั้งแต่ไตรมาส 1
ในช่วงสิ้นปีไปจนถึงต้นปีถือเป็นกรอบระยะเวลาที่ผู้บริโภคจะมีการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างสูงในทุกอุตสาหกรรม จึงทำให้เป็นธุรกิจหลายประเภทเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่จะปัจจัยเสริมอย่างการซ่อมแซมหลังจากเกิดอุทกภัย
โดยแน่นอนบริษัทไซส์กลางที่นักลงทุนจะนึกถึงก็คือ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ที่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาหรือ 1 ปีย้อนหลังมาถึงวันที่ 5 มกราคม 2566 ได้สะท้อนถึงผลกระทบจากอุทกภัยจนทำให้ราคาติดลบไปถึง 37.83% หรือลงมาอยู่ที่ 14.30 บาท
แต่นักลงทุนบางคนก็ได้ตั้งคำถามและข้อสงสัยกับการปรับตัวลงของราคาหุ้นในครั้งนี้ว่าจะเป็นโอกาสให้ลงทุน ด้วยภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวดีขึ้น หรือจะเป็นจังหวะให้ได้ทำใจขายขาดทุน ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอมุมมองคำแนะนำการลงทุนให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” และปรับราคาเหมาะสมเป็น 16.40 บาท เนื่องจากคาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดในปี 2565 ก่อนจะกลับมาพลิกฟื้นอีกครั้งใน ปี 2566 และคาดเห็นการเติบโตที่ต่อเนื่อง เราคาดเห็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย(CAGR)ในช่วง 3ปี 2566-2568 อยู่ที่ 16%
สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่มากกว่าคาดการณ์ จึงได้มีการปรับประมาณการกำไรปี 2565 ลง 14.6% เป็น 898 ล้านบาท ขณะที่การฟื้นตัวจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นในปี 2566 ได้มีการปรับประมาณการเพิ่ม 5% เป็น 1.5 พันล้านบาท
ด้านภาพรวมธุรกิจไตรมาส 1/66 คาดผลประกอบการฟื้นตัว จากการเข้าสู่ช่วง High Season ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากกลุ่มเกษตรกรที่มีการเก็บเกี่ยวพืชผลในช่วงไตรมาส 4/65 และเริ่มซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัย ส่วนหนึ่งมีการซ่อมแซมหลังน้ำท่วมในไตรมาส 3/65
ขณะเดียวกันงานก่อสร้างจากงบประมาณภาครัฐและงานโครงการเริ่มคืบหน้ามากขึ้น หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดCOVID-19 เริ่มคลี่คลาย และสุดท้ายได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งสินค้าที่ได้รับความสนใจคือสินค้าตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น หลังจากบริษัทบริหารจัดการเรื่องสินค้าคงคลังเหล็กได้มีประสิทธิภาพ ขณะที่ปัจจุบันราคาวัสดุก่อสร้างและราคาเหล็กลดความผันผวน ประกอบกับบริษัทได้มีการนำเข้าสินค้า House Brand ใหม่ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดีรวมถึงแผนการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า House Brand ช่วยยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มขึ้นปีละ1% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ระดับ 18% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในอนาคต
