EGCO หุ้นโรงไฟฟ้าใหญ่ปันผลดี คาดปี 66 จ่ายผลตอบแทนสูง 8.11 บาท !
สัปดาห์นี้ทีมงาน Wealthy Thai ขอหยิบยกหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ดี และติดอยู่ในอันดับ 20 ของดัชนี SETHD มานำเสนอนักลงทุน นั่นก็คือ EGCO หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย
โดย EGCO ทำธุรกิจด้านการลงทุนโดยถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ (Holding company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในฐานะรายใหญ่ (IPP-Independent Power Producer) และรายเล็ก (SPP-Small Power Producer) รวมถึงธุรกิจการให้บริการด้านเทคนิคการจัดการแก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ในด้านปันผล EGCO มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยตั้งแต่ปี 2560 ถึง 30 มิ.ย. 2565 บริษัทจ่ายเงินปันผลไปทั้งหมด 10 ครั้ง รวมเป็นเงิน 35.75 บาท นอกจากนี้ Dividend Yield อยู่ในระดับ 3-4% โดยช่วง 1 ปีมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 3.71% และติดอยู่ในลำดับที่ 20 ของดัชนี SETHD
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ปัจจุบัน EGCO มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 93,710.77 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 24.15 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ม.ค. 2566) โดยราคาหุ้นวันที่ 5 ม.ค. 66 อยู่ที่ 178 บาท ปรับตัวลดลง 0.85% จากช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
ด้านบล.โนมูระ พัฒนสิน คาดการณ์ว่าทั้งปี 2565 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 6.50 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3.85%ส่วนปี 2566 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 8.11 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 4.80%
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงาน คาดไตรมาส 4/65 จะกลับมามีกำไรสุทธิ จากไตรมาส 3/65 ที่ขาดทุน 392 ล้านบาท และไตรมาส 4/64 ที่มีกำไรสุทธิ 934 ล้านบาท โดยการเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกิดจาก fx gain ก้อนใหญ่ที่เข้ามาหนุน โดยไตรมาส 4/65 ค่าเงินบาทแข็งค่าราว 3.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การพลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/65 ไม่มี fx loss ก้อนใหญ่มาฉุด ซึ่งเพียงพอกลับรายการพิเศษด้อยค่าฯ โรงไฟฟ้า QPL ได้

ทั้งนี้ หากตัดรายการพิเศษข้างต้นออก คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/65 จะโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะส่วนแบ่งกำไรฯ ที่เพิ่มขึ้นของโรง SBPL (ไม่มีปิดซ่อม) และโรง Paju ที่อัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากมีต้นทุน LNG บางส่วนที่ราคาต่ำ ส่วนการลดลงจากไตรมาส 3/65 ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยฤดูกาล โดยโรง IPP ในประเทศ KEGCO, BLCP, KK2 เข้าสู่ low season และ โรงไฟฟ้า XPCL ออกจากช่วง high season รวมถึงโรง Linden ปิดซ่อม
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มองระยะสั้น EGCO มีปัจจัยบวกหนุนจากกำไรพิเศษขายโรงไฟฟ้าในอินโดฯ และมีโอกาสเห็น upside เพิ่มเติมในการลงทุนโรงไฟฟ้าในอนาคตเพื่อชดเชยกำไรที่หายไปของโรงไฟฟ้าที่ขายข้างต้น โดยฝ่ายวิเคราะห์คงมุมมอง EGCO มีพอร์ตโรงไฟฟ้าที่ defensive โรงไฟฟ้าในประเทศส่วนใหญ่ส่งผ่านต้นทุนได้ และยังมีโรงไฟฟ้า Paju ที่ได้ประโยชน์จาก lock ราคาก๊าซฯ ไว้ต่ำ คาดเห็นผลบวกเด่นอีกครั้งในไตรมาส 1/66
รวมถึงคาดกำไรปกติเติบโตในระยะยาว คาดปี 2565-2567 เติบโตเฉลี่ย 4% จากแรงหนุนทั้งโรงไฟฟ้าเดิมที่ efficiency เพิ่ม และโรงไฟฟ้าใหม่ที่ทยอย COD ต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่รวมโรง RISEC ไว้ในประมาณการ ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 260 บาท
