กูรูชี้! เศรษฐกิจไทยโตเด่นกว่าโลก ตลาดหุ้นโค้งแรกยังสดใสมีลุ้นแตะ 1,740 จุด แต่มอง DELTA อาจกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาด

2 โบรกฯ ผสานเสียง SET ไตรมาสแรก ยังสดใสขึ้น มีลุ้นแตะ 1,740 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ต่างชาติ แต่ระวังเเรงเทขายกำไร มองเศรษฐกิจไทยที่เติบโตโดดเด่นกว่าเศรษฐกิจโลก ส่วนความผันผวน DELTA อาจกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาด ถือเป็นระดับที่ยากจะอธิบายในมุมปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งทุกๆ การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น DELTA 1% กระทบ SET Index 0.85 จุด


นาย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาส 1/66 ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นได้โดยประเมินเป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 1,600-1,740 จุด บนสมมติฐาน Market Earning Yield Gap ที่ 4.2% ,EPS ที่ 99.2 บาท/หุ้น และคาดดอกเบี้ยฯ ปีนี้อยู่ที่ระดับ 1.50 - 1.75%


โดยมีปัจจัยสนับสนุน ประกอบไปด้วยภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เติบโตโดดเด่นกว่าเศรษฐกิจโลก โดยคาด การณ์จะขยายตัว 3.8% มากกว่าเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวเพียง 2.6% โดยมีแรงหนุนมาจากภาคการท่องเที่ยวที่มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังจากจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19


ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2566 คาดอยู่ที่ 1.27 ล้านล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 99.2 บาท/หุ้น เติบโต 6% โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม non – energy คาดเติบโตได้ถึง 11.7% และทิศทางฟันด์โฟลว์ที่มีแนวโน้มไหลเข้าจากค่าเงินบาทเสถียรภาพของเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า ตามดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น


และความคาดหวังเชิงบวกต่อนโยบายใหม่ๆ ยามเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง ซึ่งจากสถิติในอดีตนับจาก 2544-2562 พบว่าก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือน ดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 3.9%


แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่เป็นตัวจำกัดการขึ้นของดัชนี เริ่มจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปที่มีโอกาสสูงที่เข้าสู่ภาวะถดถอย สะท้อนจาก Bloomberg Consensus คาดโอกาสในยุโรปมากถึง 80% และสหรัฐฯ 65%  ซึ่งสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นภูมิภาครวมถึงบ้านเรา แม้ไทยโอกาสเกิด Recession อยู่ต่ำเพียง 13% ก็ตาม


สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยฯ ของ กนง. ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนในตลาดหุ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแคบลง โดยฝ่ายวิจัยฯ คาด กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยฯ ในปีนี้ไม่เกิน 2 ครั้งจากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25%


ขณะที่การเก็บภาษีขายหุ้นที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นไตรมาส 2/66 ซึ่งน่าจะกระทบต่อทิศทางตลาดช่วงปรับสมดุลโดยเฉพาะช่วงก่อนเก็บภาษีจริง


นอกจากนี้ความผันผวนของ DELTA ที่อาจกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดหลังจากปรับขึ้นตั้งแต่ พ.ย.65 ถึงปัจจุบัน 45% จนระดับ PER 66F ขึ้นมาสูงถึง 64 เท่า (เทียบกับกลุ่มที่ PER66F เฉลี่ยอยู่ที่ 16 เท่า) ถือเป็นระดับที่ยากจะอธิบายในมุมปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งทุกๆ การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น  DELTA 1% กระทบ SET Index 0.85 จุด


อย่างไรก็ตามการขึ้นเกินระดับดัชนีที่คาดการณ์อาจจะต้องระมัดระวังขายทำกำไร โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำหุ้นกำไรมีแนวโน้มเติบโตที่กระจายบน 3 Theme การลงทุน ธีมภาคาการบริโภคในประเทศ (Domestic Consumption) STEC, COM7, ,HMPRO ,CBG และGULF ธีมจีนเปิดเมือง(China Play) AOT ,ERW ธีมหุ้นปันผล (Dividend Play) AP, ASK  ,THANI และKTB



“ทรีนีตี้” ไตรมาส 1 ช่วงที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

ด้านดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ให้มุมมอง ตลาดหุ้นไทยปี 2566 จะแกว่งอยู่ระหว่าง 300 จุด หรือแนวรับที่ 1,500 จุด ถึง 1,760 จุด (13-15เท่าของกำไรต่อหุ้น 117 บาท)  โดยช่วงไตรมาส 1 จะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด เนื่องจากตลาดหุ้นอาเซียน และหุ้นไทยจะ Outperform ตลาดหุ้นโลก เพราะตลาดหุ้นอาเซียน ได้ผลประโยชน์จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง ต้นทุนวัตถุดิบที่ถูกลงเงินเฟ้อที่ลดลง


อย่างไรก็ดีนับตั้งแต่ไตรมาส 2 หรืออย่างช้าในไตรมาส 4 นักลงทุนต่างประเทศมีโอกาสที่จะเริ่มหาจังหวะลดการลงทุนหุ้นในอาเซียนอาจขายหุ้นประมาณหนึ่งส่วนสามของ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ซื้อมาปี 2565 หรือ 4 พันล้านเหรียญ เพื่อคงน้ำหนักลงทุนให้เท่า Benchmark MSCI Emerging Market      


สำหรับปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย จะประกอบไปด้วยการเลือกตั้งที่สถิติในอดีตนับตั้งแต่ปี 2531 มีการเลือกตั้ง 12 ครั้ง พบว่า ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทน 5.2% (Medium) ช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งด้วยความน่าจะเป็น 73% จากการจับจ่ายใช้สอยที่มีเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้ง


ขณะเดียวกันการเปิดประเทศของจีนจะช่วยหนุนการท่องเที่ยวขยับขึ้นมาอยู่ที่ 24-25 ล้านคนในปีนี้ จากปีก่อนที่ 11 ล้านคน หนุนจีดีพีเพิ่มขึ้น 3.4 - 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 5% ของจีดีพี คาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดถึงระดับ 0.5% ของ GDP ในปี 2566 จีดีพีไทยถูกปรับขึ้นสูงถึง 3.5 – 3.8% ในปี 2566


พร้อมกันนี้สินค้าโภคภัณฑ์ และเงินเฟ้อจะเป็นขาลง และได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว  ส่วนสภาพคล่องก็เริ่มดีขึ้น Credit Spread ที่อ่อนค่าลง บ่งชี้ถึงยังไม่เกิดความเสี่ยงจาก Credit Default


ส่วนปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามภาพเศรษฐกิจโลกในปี 2566 เติบโต 2.2% เป็นการเติบโตน้อยสุดในรอบกว่า 20 ปี (ยกเว้นปี 2551 และ 2563) ส่งผลกระทบถึงการส่งออก และเศรษฐกิจที่ถดถอยลง และทำให้เกิด Derating ของตลาดหุ้น และมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกยังไม่สะท้อนถึงการถดถอยของภาคการผลิต และเสี่ยงที่จะมีการดาวน์เกรดของกำไรต่อหุ้น  เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยใน สหรัฐฯ ส่วนหุ้นไทยคาดการณ์กำไรต่อหุ้น ที่ 117 บาท ต่อหุ้น ในปี 2567


ทั้งนี้การถดถอยของเศรษฐกิจยุโรป และสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบเชิงลบในการเติบโตต่อเศรษฐกิจไทย การส่งออก และการบริโภคในในปี 2566 เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยฟื้นจากการส่งออก (Gross Export) ซึ่งการส่งออกมี สัดส่วนมากกว่า 60% ของ GDP และธนาคารกลางสหรัฐฯอาจเปลี่ยนมุมมองในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงกลางปีและในสถานการณ์ที่เลวร้ายสุด ปรับมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยใหม่มาสู่ระดับ 6.5% (ความน่าจะเป็น 20 – 25%)


ดังนั้นคำแนะนำการลงทุนให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่ม Infrastructure Fund กลุ่ม Industrial Estate และกลุ่มโทรคมนาคม โดยมีหุ้น Top pick คือ BBL GPSC PRM EGCO TFFIF CK DEMCO ส่วนกลุ่มที่ให้น้ำหนักลงทุนน้อยกว่าตลาด (Underweight) คือกลุ่มพลังงาน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us