ถือ JKN แค่ 1 ปี พอร์ตติดลบเฉียด 60% แต่กูรู! ยังให้ “ซื้อ” สวนราคาหุ้นที่ดิ่งแรง มองการเพิ่มทุน จะกระทบแค่ระยะสั้น
หากจะพูดถึงหุ้นที่ปรับตัวลดลงได้อย่างร้อนแรงในช่วงนี้ ก็คงไม่พ้น บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ที่เกิดขึ้นหลังจากมีการเพิ่มทุนอีกเท่าตัว โดยประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 509.96 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 509.83 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 1,019.79 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,019.91 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
ดังนั้นจึงทำให้กระแสการตอบรับจากนักลงทุนสะท้อนออกมาในเชิงลบทันที อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 12 มกราคม 2566 ปรับตัวลดลงถึง 57.79% หรือราคาหุ้นลงมาอยู่ที่ 3.44 บาท แต่การปรับตัวลงในครั้งนี้จะเป็นจุดสิ้นสุดแล้วหรือไม่ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบกัน
หากถอดมุมมองของนักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า ได้ให้แนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานจากเดิมที่ 5.70 บาท เป็น 4.54 บาท ส่วนราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาสะท้อนปัจจัยเพิ่มทุนไปพอสมควร ซึ่งมุมมองสำหรับประเด็นดังกล่าวจะเป็นเชิงลบแค่ในระยะสั้นต่อการเพิ่มทุนจากสัดส่วนการเพิ่มทุนที่ค่อนข้างสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด
อย่างไรก็ตามมองเป็นบวกในระยะยาว เนื่องจากเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ และลดหนี้บางส่วน ซึ่งกําไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจใหม่และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ช่วยชดเชย dilution effect จากการเพิ่มทุน โดย EPS หลังเพิ่มทุนในปี 2566 คาดเติบโตราว 2% โดยที่ประมาณการกําไรแบบอนุรักษ์นิยม อิงรายได้จากธุรกิจ MUO ตํ่ากว่าเป้าหมายบริษัท รวมความเสี่ยงด้านปัจจัยเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันได้มีการปรับผลกระทบจากการเพิ่มทุน และรวมมูลค่าธุรกิจ Miss Universe Organization (MUO) ในประมาณการ อิงสมมติฐาน ดังนี้ ผลกระทบจากการเพิ่มทุน ต่อ EPS ซึ่งอิงจํานวนหุ้นจดทะเบียนเดิม 1,019.66 ล้านหุ้น ขณะที่หุ้นที่ชําระแล้ว ณ วันที่ 5 ม.ค.2566 อยู่ที่ 729.69 ล้านหุ้น
ส่วนที่เหลือเป็นการรองรับหุ้นกู้แปลงสภาพ AO Fund เมื่อรวมหุ้นชําระแล้ว ณ วันที่ 23 กพ.2566 และจํานวนหุ้นจากยอดที่จะเบิกจาก AO Fund รวมทั้งหมดเป็น 753.19 ล้านหุ้น จํานวนหุ้นที่ใช้คํานวณ EPS จะอยู่ที่ 1,506.38 ล้านหุ้น จากเดิมปี 2565 ที่ 729.69 ล้านหุ้น
นอกจากนี้ได้มีการปรับกําไรในปี 2566 และปี 2567 เป็นเติบโต 69% และ 47% หรือ 360 ล้านบาท และ 349 ล้านบาท โดยรวมรายได้ จาก MUO ที่ 680 และ 460 ล้านบาท ตามลําดับ (ประมาณการเราอนุรักษ์นิยมตํ่ากว่าเป้าของบริษัท 23%) ซึ่งในปี 2566 มีการจัดประกวด Miss Universe 2 ครั้ง จึงมีรายได้สูงกว่าปี 2567 ขณะที่คาดว่าบริษัทจะนําเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปชําระหนี้ 1,243 ล้านบาท ทําให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 20%
