เทียบฟอร์ม AMATA-WHA ปี 64 ใครจะฟื้นตัวเร็วกว่ากัน
การระบาดของ Covid-19 กดดันทั้งภาคธุรกิจและการลงทุน หนึ่งในนั้น คือ หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA ที่ยอดขายและยอดโอนที่ดินลดลงหลังการเดินทางข้ามประเทศหยุดชะงัก โดยนักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการของหุ้นทั้ง 2 ตัวจะปรับตัวลงค่อนข้างมาก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่า AMATA จะมีกำไรสุทธิปี 2563 ที่ 802 ล้านบาท ลดลง 53.96% และ บล.กรุงศรี คาดว่า WHA จะมีกำไรสุทธิปี 2563 ที่ 2,101 ล้านบาท ลดลง 34.93%
แม้ปีที่ผ่านมาผลประกอบของ AMATA และ WHA จะปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก แต่ปี 2564 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัว เนื่องจากการคาดว่าการระบาดรอบใหม่ของ Covid-19 จะไม่ได้ส่งผลกระทบมากเหมือนครั้งก่อน และการเข้ามาของวัคซีนจะทำให้เศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศฟื้นตัวขึ้น
AMATA ยอดขายฟื้น และผลกระทบในเมียนมาจำกัด
นักวิเคราะห์จากบล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่า กำไรปี 2564 ของ AMATA จะกลับมาขยายตัวสูง โดยอยู่ที่ 1.29 พันล้านบาท หรือเติบโต 52% จากปีก่อน จากยอด transfer ที่ดินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 355 ไร่ จาก 332 ไร่ และยอด presale ที่จะกลับมาดีขึ้นเป็น 600 ไร่ จากปีก่อนที่ 212 ไร่ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะกลับมาดีขึ้น ทั้งนี้ ประเมินยอด transfer ส่วนใหญ่มาจากยอดขายรอรับรู้รายได้ในปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 424 ไร่ เป็นหลัก เนื่องจากปกติบริษัทจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-8 เดือนในการโอนที่ดิน
ขณะที่ประเด็นความเสี่ยงจากนิคมอุตสาหกรรม YASEC ในเมียนมา คาดว่า AMATA จะมีความเสี่ยงจำกัด ประมาณ 140 ล้านบาท ที่เป็นเงินลงทุนเฟสแรก (คิดเป็นพื้นที่ 500 ไร่จากทั้งหมด 5.0 พันไร่) เท่านั้น เนื่องจาก 1. YASEC พึ่งเริ่มดำเนินงานก่อสร้างภายหลังที่ได้รับใบอนุญาตในเดือน ธ.ค. 2563 และบริษัทชะลอการลงทุนในช่วงที่ผ่นมา จากความกังวลต่อสถานการณ์ COVID-19 ในเมียนมา รวมถึง 2. คาดว่าจะไม่มีต้นทุนทางการเงินจากการลงทุน เพราะแหล่งเงินทุนมาจากการ
เพิ่มทุนในช่วงเดือน ต.ค. 2563 นอกจากนี้ยังประเมินว่าบริษัทมี upside เพิ่มขึ้นจากการรับรู้กำไรจากขายหุ้น ASCLT1 และ ASCLT2 ในปีนี้ประมาณ 310 ล้านบาท โดยแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 20 บาท
WHA ปี 2564 ฟื้นตัวทุกธุรกิจ
สำหรับ WHA คาดว่าปี 2564 จะเป็นปีสำหรับการฟื้นตัว ทุกธุรกิจกลับมาเติบโตดีอีกครั้ง โดยนักวิเคราะจากบล.กรุงศรี ระบุว่า WHA ตั้งเป้าปี 2564 จะเติบโตก้าวกระโดดจากลูกค้ามากกว่า 30 รายที่อยู่ระหว่างเจรจา รวมเป็นพื้นที่มากกว่า 2 พันไร่ ประกอบกับความคาดหวังการผ่อนคลายการจำกัดการเดินทาง โดยปีนี้ WHA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นเท่าตัวที่ 1,030 ไร่ แบ่งเป็น ในประเทศ 730 ไร่จาก และ 300 ไร่จากนิคม Nghe An ใน เวียดนาม ส่งผลให้ยอดโอนที่ดินจะเพิ่มขึ้น 74% สู่ 1,000 ไร่ (มากกว่า 800 ไร่จากไทยและมากกว่า 100 ไร่ในเวียดนาม) ซึ่งจะมากกว่าประมาณการยอดขายที่ดินของฝ่ายวิจัยที่คาดว่า WHA จะทำได้ที่ 900 ไร่และยอดโอนที่ดิน 800 ไร่ ขณะเดียวกันยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ที่ 358 ไร่ หรือคิดเป็น 36% ของยอดเป้าหมายการโอนของบริษัทในปีนี้
สำหรับรายได้โลจิสติกส์และการขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT บริษัทตั้งเป้าเซ็นต์สัญญาโลจิสติกส์อยู่ที่ 175,000 ตร.ม. หรือเพิ่มขึ้น 34% ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าที่กำลังเจรจาประมาณ 190,000 ตร.ม. นอกจากนี้บริษัทจะเพิ่มมูลค่าบริการ (บริการระบบ หุ่นยนต์และระบบโลจิสติกส์) ซึ่งจะเพิ่มค่าเช่าและอัตรากำไรได้การขายทรัพย์สินเข้ากองทุนจะเพิ่มขึ้น 14% สู่ 4.1 พันลบ. ซึ่งจะสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 15% ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคและดิจิทัล WHAUP ตั้งเป้ายอดขายน้ำที่ 126-127 ล้านลบ.ม. เพิ่มขึ้น 31% โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใช้น้ำรายใหญ่ ได้แก่ PTTGC, COD ในปลายปี 2563, และ COD ของโรงไฟฟ้า IPP block 1 ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเซ็นต์สัญญาโซลาร์หลังคา 30MW และกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ COD แล้วจะเพิ่มขึ้น 10% สู่ 650MWe นอกจากนี้ Duong River จะขาดทุนน้อยลง และธุรกิจดิจิทัลจะถึงจุดคุ้มทุนและสร้างกำไรเล็กน้อยได้ ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องปลดล็อกการเดินทางข้ามประเทศ แต่การมาของวัคซีนก็เป็นประเด็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยราคาหุ้นของ AMATA ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (4 ม.ค.-8 ก.พ. 64) ปรับตัวขึ้นมา 6.13% ขณะที่ราคาหุ้นของ WHA ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (4 ม.ค.-8 ก.พ. 64) ปรับตัวขึ้นมา 7.89%

