ส่องคาดการณ์งบปี 65 2 หุ้นใหญ่เครือ “ปูนซีเมนต์ไทย”
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC เป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนไทยต่างให้ความสนใจและจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งรวมไปถึงบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่นักลงทุนเฝ้าติดตามและจดจ่อนอกจากราคาหุ้น
นั่นก็คือผลประกอบการของบริษัทที่จะสะท้อนถึงการสร้างผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมคาดการณ์ของผลประกอบไตรมาส 4/65 และทั้งปี 2565 ของทั้ง 3 บริษัท มาแบ่งปันกันในครั้งนี้
โดย SCC บทวิเคราะห์ของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 จะทำได้ 1.2 พันล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 50% และลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 85% ต่ำสุดในรอบหลายปีและแย่กว่ามุมมองก่อนหน้า ด้วยปัจจัยกดดันที่มาจากภาวะตลาดปิโตรเคมีที่อ่อนแอจากผลกระทบมาตรการควบคุมของจีน, ปัญหาเงินเฟ้อ – การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ – ยุโรป, การบริหารสินค้าคงคลังของผู้ซื้อให้อยู่ระดับต่ำช่วงราคาขาลงและกำลังผลิตใหม่ส่งผลให้สเปรดลดลง
ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตามโครงสร้างสัญญาราคาถ่านหินล่วงหน้าในช่วง 6-9 เดือน และค่าไฟฟ้า Ft รวมทั้งจะมีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ของ COTTO ราว 563 ล้านบาท และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในจีนทั้งอุปสงค์และมาร์จิ้น
ดังนั้นเพื่อสะท้อนความอ่อนแอของผลประกอบการในไตรมาส 4/65 รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอัตราการผลิตปิโตรเคมี จึงได้ปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2565 ลง 26% เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 53% และปี 2566 ลง 13% เป็น 3.1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 13%
คำแนะนำการลงทุน “TRADING” ไว้ก่อนและปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 390 บาท จากเดิม 400 บาท ระยะสั้นมองว่ายังไม่ต้องรีบเข้าลงทุน เนื่องจากแนวโน้มไตรมาส 4/65 ที่อ่อนแอ ทำให้หุ้นอาจถูกตลาดปรับประมาณการลง เชิงกลยุทธ์แนะนำรอจังหวะเข้าลงทุนหลังผ่านการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4Q65 หรือเห็นสัญญาณฟื้นตัวของอุปสงค์ที่ชัดเจนจากจีน
ด้าน SCGP บทวิเคราะห์ของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ประเมินกำไรปกติไตรมาส 4/65 ที่ 1,322 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 13% และลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในจีนส่งผลให้ระดับการบริโภคในจีนลดลง กดดันปริมาณขายและราคาขายของบรรจุภัณฑ์โดยรวมในภูมิภาคอาเซียน
ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังการทำ M&P ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาและต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงและสเปรดของธุรกิจ Packaging Paper ที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง หากกำไรไตรมาส4/65 ออกมาใกล้เคียงคาด ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2565 ที่ 7,160 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 13%
ส่วนคำแนะนำการลงทุนเป็น “TRADING” และคงราคาเหมาะสมที่ 63.00 บาท ซึ่งนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจพิจารณาเข้าเก็งกำไรการฟื้นตัวของผลประกอบการได้ โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 8,326 ล้านบาท ฟื้นตัวหรือเติบโตจากปีก่อนหน้า 15% จากต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวลงและอุปสงค์ที่เริ่มฟื้นตัวหลังจีนเปิดประเทศ

