หุ้นแบงก์ใหญ่กอดคอดิ่งยกแผง หลังกำไร KBANK-BBL ออกมาต่ำคาด จับตา SCB ประกาศงบวันนี้ !
เปิดตลาดเช้าวันนี้ (20 ม.ค. 66) ราคาหุ้นธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งปรับตัวลงแรง โดย SCB ราคาอยู่ที่ 109 บาท ปรับตัวลดลง 1.80%, KBANK ราคาอยู่ที่ 147 บาท ลดลง 4.23% และ BBL ราคาอยู่ที่ 152.50 บาท ลดลง 1.29% หลังกำไรสุทธิของ KBANK และ BBL ที่ประกาศออกมาวานนี้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง
โดยกำไรสุทธิของ KBANK ในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 3,191 พันล้านบาท ลดลง 67.77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 69.82% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2565 ของ KBANK อยู่ที่ 35,770 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6% โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 98,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.72% จากปีก่อน
ทั้งนี้เป็นผลจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคารและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) ที่สูงขึ้นอยู่ในระดับ 3.33%
ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 43.15% อย่างไรก็ตาม ธนาคารและบริษัทย่อยพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระดับสูงเพื่อให้สอดคล้องกับหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
ด้าน BBL กำไรสุทธิไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 7,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 29,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 24.4% ตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินให้สินเชื่อและการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.42% สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการสภาพคล่องของธนาคาร
ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 30% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาดและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจากธุรกิจหลักทรัพย์ รวมถึงบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อและบริการการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 49.7%
ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 32,647 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากปีก่อน โดยธนาคารยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรอง โดยพิจารณาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม วันนี้ SCB จะรายงานงบไตรมาส 4/65 และปี 2565 ออกมา ต้องจับตาดูว่าผลประกอบการจะมีทิศทางเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์หรือไม่
