สองหุ้นใหญ่ลิสซิ่ง “BAM-SAWAD” ราคายัง Laggard เตรียมรับอานิสงส์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครั้งแรก ก.พ.นี้
การเริ่มฉีดวัคซีน Covid-19 ครั้งแรกในประเทศไทย จะเกิดขึ้นตามแผนในปลายเดือนก.พ.นี้ และจะฉีดให้กับประชาชนทั่วไปในปีนี้ไม่น้อยกว่า 64 ล้านโดดส ครอบคลุมประชากร 45.7% ของประชากรทั้งหมด ล้วนเป็นสัญญาณที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม โดยหุ้นอีกกลุ่มที่จะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจฟื้นตัวคือ “หุ้นลิสซิ่ง” แม้จะไม่ใช่หุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงอย่างหุ้นท่องเที่ยว-โรงแรมก็ตาม แต่หุ้นลิสซิ่งจะทยอยกลับมาน่าสนใจ เนื่องจากการชำระเงินคืนของลูกหนี้ปรับโครงสร้าง จะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จากการที่การฉีดวัคซีน Covid-19 เป็นปัจจัยสำคัญในการไดรฟ์เศรษฐกิจในปี 2564
ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้หุ้นกลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย ยิ่งในช่วงที่ทางสภาพัฒน์ฯ เพิ่งประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 2563 ติดลบ 6.1% ส่วนปีนี้คาดการณ์ว่า บวก 2.5-3.5% ก็น่าจะทำให้ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยในช่วงที่ผ่านมา เริ่มเห็นผลมากขึ้น เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราจะชวนผู้อ่านไปสำรวจหุ้นลิสซิ่ง โดยเฉพาะ 2 หุ้นใหญ่อย่าง BAM และ SAWAD ที่นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ราคาหุ้นปัจจุบันยังน่าสนใจเข้าลงทุน จะมีรายละเอียดอย่างไร ติดตามอ่านข้างล่างได้เลย
คาด BAM กำไรไตรมาส 4/63 ออกมาดีกว่าคาด
สำหรับหุ้นใหญ่ในกลุ่มอย่างหุ้น BAM หรือบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทางนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้หุ้นที่ฝ่ายวิจัยมองว่าโดดเด่นคือ BAM โดยคาดกำไรสุทธิงวด ไตรมาส 4/2563 อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 257.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) ปรับตัวลดลง 36% ทั้งนี้สาเหตุที่กำไรสุทธิในไตรมาสที่แล้วเพิ่มขึ้น มาจากการที่ BAM สามารถขาย NPLs และ NPAs ขนาดใหญ่และขนาดกลางได้มากขึ้น
ขณะที่บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า BAM จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2563 ที่ 892 ล้านบาท ลดลง 46.5%YoY จากฐานที่สูง เนื่องจากมีการขาย NPA ลูกหนี้รายใหญ่มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2562 แต่คาดฟื้นตัวเด่น 199.5%QoQ โดยมีปัจจัยหนุนหลัก จากปัจจัย ดังนี้ 1.รายได้ดอกเบี้ยคาดปรับขึ้น 3.6%QoQ สอดคล้องกับการชำระเงินคืนของลูกหนี้ปรับโครงสร้างที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ 2.รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยคาดปรับขึ้นเด่น 49.4%QoQ หลังคาดกำไรจากการให้สินเชื่อลูกหนี้ NPL ปรับตัวขึ้น 87.7%QoQ เนื่องจากมีการเร่งเจรจาปิดบัญชีของลูกหนี้ขนาดกลาง 2-3 ราย (200-300 ล้านบาทต่อราย) ซึ่งขอยืดระยะเวลาชำระเงินมาตั้งแต่ไตรมาส 2/2563 และไตรมาส 3/2563 บวกกับยอดขาย NPA ที่คาดเติบโตได้ดี 50.1%QoQ จากความสำเร็จของการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเชิงรุกและการเปิดช่องทางขายใหม่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเร่งระบายทรัพย์ NPA
นอกจากนี้ด้วยภาวะดอกเบี้ยต่ำและเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ช่วยหนุนความต้องการทรัพย์สินมือ 2 ให้ขยายตัวขึ้น ขณะที่คาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาส 3/2563 เนื่องจากบริษัทมีนโยบายคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวดมากขึ้น หนุนให้ทั้งปี 2564 คาด BAM จะมีกำไรสุทธิ 2,024 ล้านบาท ลดลง 69.1%YoY
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า BAM เป็นหุ้น AMC ที่กำไรอยู่ในช่วงฟื้นตัว และเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากจำนวนหนี้เสียของสถาบันการเงินที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2564 ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard จากกลุ่มมาก ปัจจุบันซื้อขายที่ PBV ต่ำเพียง 1.8x ต่ำกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมอย่าง CHAYO และ JMT ที่ซื้อขายด้วย PBV 8x และ7.8x ตามลำดับ โดยยังมี Upside 32.6% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 26.80 บาท และคาดบริษัทจะจ่ายปันผลด้วย Payout Ratio 100% คิดเป็นผลตอบแทน 3% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
SAWAD กำลังอยู่ในช่วงพักตัว เตรียมทยานขึ้น
ส่วนอีกตัวที่นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า “น่าสะสม” คือ หุ้น SAWAD หรือบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยจากสัญญาณเทคนิคประเมินว่า SAWAD น่าจะอยู่ในจังหวะการพักตัวแกว่งในกรอบ Bullish Rectangle ซึ่งเป็นรูปแบบการพักตัวในเทรนด์ขาขึ้น โดยที่ระดับราคา 66.00-71.50 บาท ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าสะสมหุ้นได้ หลังจากี่หุ้นส่งสัญญาณบวกทางเทคนิค จากการกลับมายืนเหนือ EMA 10 วัน ทั้งนี้หากวิเคราะห์การปรับขึ้นทดสอบแนวต้านกรอบบนที่ 71.50 บาท ก็ยังยืนไม่อยู่ มองเป็นด้านแนวต้านที่มีนัยสำคัญ จึงมองว่าการปรับขึ้นแนวทดสอบรอบนี้ หากผ่านไปได้จะมีแรงหนุนอีกเพียบ

