“โรงพยาบาลแพทย์รังสิต” รพ.เอกชนรายใหญ่ย่านปทุมฯ กำลัง IPO
ธุรกิจการแพทย์ยังเป็นที่น่าจับตาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 66 ทาง ttb analytics คาดว่ารายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนภาพรวมจะเติบโต 8-10% เนื่องจากภาครัฐมีการเปิดประเทศและการดำเนินธุรกิจในประเทศที่เป็นปกติ ดังนั้นคอลัมน์ Next IPO ประจำวันอังคารในครั้งนี้ ทีมข่าวWealthy Thai ได้มีอีกหนึ่งหุ้น IPO ในอุตสาหกรรมดังกล่าวมาฝากนักลงทุนอีกแล้ว คือ บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRHG
หากสำรวจอ้างอิงแบบไฟลิ่ง PRHG พบว่า ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ให้บริการทางการแพทย์จำนวน 3 แห่ง ในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ 1.โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2.โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และ 3.โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต ซึ่งเรียกรวมว่า “กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต” ปัจจุบันมีจำนวนเตียงจดทะเบียนรวมทั้งหมด 270 เตียง โดยสิ้น 9 เดือนปี 65 มีอัตราการให้บริการทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ที่ 87.45%
ขณะที่กลุ่มลููกค้าหลักของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ประกอบด้วย 1. กลุ่มลููกค้าทั่วไป สิ้นงวด 9 เดือน 65 มีสัดส่วนรายได้ 48.64% ได้แก่ กลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าคู่สัญญา และกลุ่มลูกค้าทั่วไปอื่นๆ
2.กลุ่มลูกค้าตามโครงการสวัสดิการภาครัฐ สิ้นงวด 9 เดือน 65 มีสัดส่วนรายได้ 50.76% ได้แก่ กลุ่มลูกค้าตามโครงการประกันสังคม กลุ่มลูกค้าตามโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการข้าราชการภายใต้กรมบัญชีกลาง หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ
อย่างไรก็ตามกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตตั้งอยู่บริเวณจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตปริมณฑลของกรุงเทพฯ โดยเป็นพื้นที่ที่มีนิคมอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้าและชุมชนอย่างหนาแน่น ซึ่งปทุมธานีถือเป็นจังหวัดที่มีผู้ประตนสิทธิประกันสังคมสูงสุดเป็น 10 อันดับแรกของประเทศไทยอีกด้วย
ทั้งนี้บริเวณโดยรอบของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ประกอบด้วย ชุมชนอยู่อาศัยต่างๆ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เซียร์ รังสิต และ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และมีรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดให้บริการบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีการเกิดขึ้นของหมูบ้านจัดสรรและอัตราการเติบโตของประชากรที่สูงซึ่งรวมไปถึงสถานประกอบการพยาบาลต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามการอยู่อาศัยของประชากร
นอกจากนี้บริเวณดังกล่าว ยังใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง ที่มีทั้งชาวต่างชาติชาวไทยเดินทางอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจากการที่กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตมีกลุ่มลูกค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าสวัสดิการภาครัฐ และกลุ่มลูกค้าทั่วไป ณ 30 กันยายน 2565 โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดปทุมธานีมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง
โดยเมื่อพิจารณาศักยภาพการให้บริการและจำนวนเตียงที่เปิดให้บริการในบริเวณที่ตั้งของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตซึ่งครอบคลุมถึงพื้นที่กรุงเทพตอนเหนือแล้ว โรงพยาบาลที่เป็นคู่แข่งของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตประกอบด้วยโรงพยาบาลดังต่อไปนี้
1.กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ได้แก่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต 270 เตียง ตามด้วย 2.โรงพยาบาลวิภาวดี 258 เตียง 3.โรงพยาบาลปทุมเวช 200 เตียง 4.โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ 150 เตียง
5.โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี 120 เตียง 6.โรงพยาบาลสินแพทย์ลำลูกกา 100 เตียง 7.โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2 จำนวน 100 เตียง และ 8.โรงพยาบาลเปาโลรังสิต 88 เตียง
ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียงดังกล่าว พบว่า บริษัทมีความได้เปรียบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์หัวใจที่ให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งความพร้อมในการให้บริการโรคหัวใจในทุกระดับความรุนแรงของโรค
โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการทำหัตถการรักษาหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน ระดับ 1 ของ (สปสช.) และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิตการที่ให้บริการทางการแพทย์ด้านสูตินรีเวชและกุมารเวชกรรมอย่างครบวงจรเมื่อเปรียบเทียบกับแผนกสูตินรีเวชและกุมารเวชกรรมในโรงพยาบาลทั่วไป
สำหรับขอบเขตการให้บริการทางการแพทย์ของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตในปัจจุบัน ประกอบด้วย หัวใจและหลอดเลือด อายุรกรรม จักษุ โสต ศอ นาสิก ศัลยกรรม ศัลยกรรมกระดูกและข้อ สูติ-นรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ทันตกรรม ตรวจสุขภาพ สุขภาพท่านชายครบวงจร กายภาพ ไตเทียม จิตเวช ผิวหนัง ส่องกล้องระบบทางเดินอาหารรังสีวิทยาและห้องปฎิบัติการ บริการทางการแพทย์อื่นๆ
ขณะที่ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี นับตั้งแต่ปี 62 ถึง 9 เดือนปี 65 มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 62 มีรายได้รวม 1,459.92 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 60.16 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 63 รายได้เพิ่มมาที่ 1,555.52 ล้านบาท โต 6.54% และมีกำไรสุทธิ 104.64 ล้านบาท โต 73.93%
ส่วนปี 64 รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,985.06 ล้านบาท โต 27.61% และมีกำไรสุทธิ 317.48 ล้านบาท โต 203.40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ล่าสุด 9 เดือนปี 65 มีรายได้รวม 1,615.83 ล้านบาท โต 15.53% และมีกำไรสุทธิ 270.37 ล้านบาท โต 14.63% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

