Official Update :

เมื่อ PTTEP มีกำลังการผลิตเพิ่ม-ราคาขายสูง จึงเป็นโอกาสที่ช่วยสร้างการเติบโต

หลังจากการที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการงวดปี 65 ว่ามีรายได้จำนวน 339,902 ล้านบาท เพิ่ม 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 70,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% จากงวดปีก่อน


โดยมีปริมาณขายเฉลี่ย 468,130 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการในต่างประเทศ และการเข้าเป็นผู้ดำเนินการและเริ่มผลิตปิโตรเลียมในโครงการจี 1/61 ดังนั้นจึงเป็นคำถามต่อมาว่า แล้วแนวโน้มผลประกอบการงวดปี 66 จะเป็นอย่างไร


สำหรับมุมมองในอนาคตของ PTTEP นักวิเคราะห์หลายแห่งให้ความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งนักวิเคราะห์แต่ละแห่งจะมีมุมมองอย่างไรบ้าง WealthyThai จะพาไปหาคำตอบ


เริ่มกันบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 200 บาท โดยระบุว่า ปริมาณขายของ PTTEP จะเพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) จะยังคงทรงตัวในระดับต่ำ ในงวดปี 66 และราคาน้ำมันดิบระยะยาวที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล


โดยมีมุมมองเป็นกลางหลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ ซึ่งแนวโน้มธุรกิจสอดคล้องกับประเมินไว้ โดยคาดว่าราคาขายก๊าซธรรมชาติ (gas ASP) จะทรงตัวได้สูงต่อเนื่องในไตรมาส 1/66 ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ก็น่าจะทรงตัวในระดับต่ำอยู่ต่อเนื่อง


สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ ปริมาณขายรวมจะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยหลักมาจากการที่บริษัทเร่งการผลิตของโครงการ G1/61 (เอราวัณ) อีกทั้ง จะเริ่มสัญญาของโครงการG2/62 (แหล่งบงกช) ที่เหลือใน ขณะเดียวกั บริษัทตั้งเป้าว่าจะรักษาต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ในระดับต่ำได้


ทั้งนี้ จึงทำให้ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 66 ไว้ที่ระดับ 7.33 หมื่นล้านบาท และปี 67 ที่ระดับ 7.58 หมื่นล้านบาท โดยประเมินว่าปริมาณยอดขายรวมจะอยู่ในช่วง 4.71-5.09 แสนบาร์เรลต่อวัน เทียบกับงวดปี 65 ที่มีปริมาณขายในระดับ 4.68 แสนบาร์เรลต่อวัน ประกอบกับราคาขายเฉลี่ย จะอยู่ในช่วง 47.4-49.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลลดลง จากระดับ53.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 66 รวมถึง unit cost จะทรงตัวอยู่ที่ 28.3 เหรียญสหรัฐต่อตัน


ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินว่ากำไรหลักในไตรมาส 1/66 ของ PTTEP มีแนวโน้มที่เติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากปริมาณขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นและราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ยที่สูงขึ้น


อย่างไรก็ตามในส่วนของกำไรหลักไตรมาส 1/66 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากช่วงไตรมาส 4/66 เนื่องจากปริมาณขายและราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ยที่ลดลง โดยคาดปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยจะอยู่ที่4.72 แสนบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน เพราะรับรู้ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ Block-H, HBR, และโครงการอาทิตย์ และโครงการ G1 และ G2)


ในด้านของราคาขายปิโตรเลียมคาดเฉลี่ยจะปรับตัวขึ้น จากปีก่อนเพราะราคาขายก๊าซที่สูงขึ้น ในส่วนต้นทุนต่อหน่วยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ไปอยู่ที่ 28 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน, ค่าใช้จ่ายด้านการสำรวจ, และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น


สันติภาพ เกตุสร้อย

บรรณาธิการ