“ดิทโต้” หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยี ยิ้มรับกระแส Digital Economy
บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ผู้ให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล (Document & Data Management Solutions) ปักธงมุ่งสู่ผู้นำให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลครบวงจร รองรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ต้องการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการจัดการเอกสารกระดาษสู่รูปแบบดิจิทัล พร้อมจัดระบบฐานข้อมูลให้ง่ายต่อการค้นหาและนำไปวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแก่องค์กร ช่วยลดต้นทุนและลดพื้นที่เก็บเอกสาร รองรับประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและภาคบริการ ส่งผลให้เกิดความต้องการด้านการบริหารจัดการข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ต้องการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น หรือเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มจัดเก็บเอกสารจากกระดาษ สู่การจัดเก็บเป็นข้อมูลแบบดิจิทัลอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการด้านข้อมูลขององค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
ดังนั้นจึงกำหนดวิชั่นนำองค์กรก้าวเป็นผู้นำธุรกิจให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร โดยการระบาดของ COVID-19 ยังเป็นตัวเร่งให้องค์กรต้องปรับตัวสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น จึงเกิดความต้องการที่ปรับตัวขึ้นสูง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัท
สำหรับบริษัทมีจุดเริ่มต้นดำเนินในปี 2544 โดยเป็นผู้จัดจำหน่ายและให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารแก่องค์กรเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ และได้ขยายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการด้านเอกสารและข้อมูลได้อย่างครบวงจร ปัจจุบันสามารถแบ่งธุรกิจของดิทโต้ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร และธุรกิจให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ
1.ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ ประกอบด้วย 1.1) การให้บริการบริหารจัดการระบบงาน (Business Process Outsourcing หรือ BPO) โดยเน้นรับบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบดิจิทัล เช่น แปลงข้อมูลจากเอกสารกระดาษเป็นดิจิทัล (Document Digitization), จัดทำสารบัญข้อมูล (Document Indexing) และจัดเก็บในระบบจัดการข้อมูลขององค์กร (Enterprise Content Management หรือ ECM) หรือในระบบบริหารจัดการเอกสาร (Document Management Systems) เป็นต้น โดยสามารถให้บริการด้วยฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันตามความต้องการของลูกค้าที่มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการจัดระบบข้อมูลในองค์กร เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการค้นหาเพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนและพื้นที่จัดเก็บเอกสาร
1.2)จำหน่ายระบบบริหารจัดการเอกสาร (DMS) และระบบบริหารจัดการเอกสารเพื่อจัดการข้อมูลในองค์กร (ECM) สำหรับจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ ได้อีกนอกเหนือจากเอกสาร เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง เป็นต้น ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปบริหารจัดการตาม Workflow ที่แต่ละองค์กรได้วางไว้ได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องได้อีกทางหนึ่ง 1.3) งานโครงการระบบบริหารจัดการเอกสาร โดยบริษัทเป็นผู้ให้บริการโปรแกรมระบบบริหารจัดการเอกสารที่ปรับแต่งฟังก์ชั่นใช้งานให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
“กลุ่มธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโตสูง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่เป็นระบบที่รองรับการทำงานได้ทุกที่ และส่งผลดีต่อต้นทุนของลูกค้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมองว่าหน่วยงานของภาครัฐยังมีความต้องการสู่ จากนโยบายประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งศาล สำนักงานตำรวจ อัยการ ที่ต้องทรานฟอร์มสู่รูปแบบดิจิทัลทั้งหมด จึงถือเป็ฯโอกาสของธุรกิจอีกด้วย”นายฐกร กล่าว
2.ธุรกิจให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ ได้แก่ 2.1) ให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนตามระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการ 2.2) จำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์ใหม่และเครื่องที่ผ่านการปรับสภาพ พร้อมสัญญาให้บริการซ่อมบำรุงเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ไม่ต้องการมีทีมงานภายในเพื่อบำรุงรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์ดังกล่าว
2.3) จำหน่ายหมึกพิมพ์ กระดาษและอะไหล่ สำหรับเครื่องถ่ายเอกสาร เพื่อรองรับการซ่อมบำรุงตามอายุการใช้งาน 2.4) ให้บริการบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์และบริการอื่นๆ 2.5) จำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ เช่น อี-บอร์ด (E-Board) ระบบแสดงผลขนาดใหญ่ (Large Format Display) จอภาพแอลอีดี อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย เป็นต้น
นอกจากนี้บริษัท ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์และระบบไดร์ฟทรูแบรนด์ HME ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก และให้บริการระบบจำหน่ายสินค้าหน้าร้าน (Point of Sales หรือ POS) เช่น เครื่องคิดเงิน เครื่องสแกนบาร์โค้ด จอภาพ เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ ลิ้นชักเก็บเงิน เป็นต้น โดยเน้นด้านบริการบำรุงรักษา ซ่อมแซม ติดตั้งและขนย้าย เป็นหลัก
“จุดเด่นของเราคือเป็นผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการเอกสารในระบบดิจิทัลที่มีบริการอย่างหลากหลายและครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย โดยการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่นด้านการให้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการข้อมูลเพื่อทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัล โดยมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้บริการแก่ลูกค้าและและพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ประกอบการแบรนด์สินค้าชั้นนำที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากมาย” นายฐกร กล่าว
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงปี 2561- 9 เดือนปี 63 มีการเติบโอย่างโดดเด่น โดยปี 2561 มีรายได้ 425 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2562 มีรายได้เติบโตมาอยู่ที่ 776 ล้านบาท และมีกำไรสูงสูงถึงระดับ 50 ล้านบาท และล่าสุดงวด 9 เดือนปี 63 มีรายได้แล้วจำนวน 756 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 95 ล้านบาท มากกว่าทั้งปี 2562 ไปแล้ว โดยมองว่าตลาดมีขนาดใหญ่ จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกอย่างต่อเนื่อง
