Official Update :

นักลงทุนควรรู้! เปิดเทคนิค ซื้อขาย 7 หุ้นปันผลเด่น หวังผลตอบแทนสูง

หุ้นปันผลยังเป็นที่นิยมของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนในหุ้นปันผลก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นในครั้งนี้ ทีมข่าว Wealthy Thai ได้มีเทคนิคดีๆของการซื้อหุ้นปันผลมาฝากนักลงทุน ผ่านการประเมินจากนักวิเคราะห์ชั้นนำของไทย เพื่อเป็นแนวทางที่หวังว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน


ทั้งนี้ในมุมมองของนักวิเคราะห์บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นที่ลงทุนเพื่อรับเงินปันผล ควรมีหน้าตาแบบนี้ 1.ซื้อแล้ว ไม่ควรขาดทุนจากราคาหุ้น ไม่ว่าจะลงทุนในแบบใด ไม่มีใครอยากเห็นราคาตลาดต่ำกว่าที่เราซื้อ ดังนั้น การเลือกซื้อหุ้นเพื่อรับเงินปันผล จึงต้องเลือกจังหวะ (timing) ในการซื้อหรือขายให้ดี


2.ความผันผวนของราคาหุ้นไม่ควรสูง ความผันผวนของราคาหุ้นที่ลงทุนเพื่อรับเงินปันผลไม่ควรสูง เพราะถ้าผันผวนสูงมากกว่า 30% อาจทำให้เราอาจเห็นกำไร/ขาดทุน สลับไปมา แต่อาจจะดีสำหรับคนที่เข้าซื้อหุ้นเหล่านี้ เพื่อเล่นรอบเร่งผลตอบแทนให้มากกว่ารอรับเงินปันผลเพียงอย่างเดียว


3.ควรเลือกหุ้นที่มีโอกาสล้มละลายน้อย ในขั้นตอนเลือกหุ้น ดู yield ของเงินปันผลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูว่าอนาคตของบริษัท (ธุรกิจ) ยังจะดีอยู่หรือไม่ในระยะยาว (ดูงบพอรู้)


4.Business Cycle ไม่ควรอยู่ในช่วงขาลง จะคล้ายกับข้อก่อนหน้านี้ แต่ในข้อนี้จะเจาะเป็นช่วงเวลา เพราะเรามักจะเห็นว่า ช่วงชีวิตของธุรกิจ จะมีขึ้นๆลงๆ ในช่วงขึ้นก็ดีไป แต่ในช่วงที่ลง (กำไรลด หรือขาดทุน) อาจมีผลให้เราได้รับเงินปันผลที่ลดลงได้ จึงควรตรวจสอบหุ้นที่เราลงทุนอยู่จากรายงานกำไร และ MD&A ว่าธุรกิจกำลังประสบปัญหาใดอยู่หรือไม่


5.จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ หุ้นที่ลงทุนเพื่อรับเงินปันผล ควรมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง ปกติเงินปันผลจ่ายแต่ละปีจะอิงกับกำไร หรือที่เรียกว่า Pay-out Ratio ซึ่งสามารถดูได้จาก Web ของ SET หรือบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ที่เราซื้อขายอยู่


6.Dividend Yield มากกว่าผลตอบแทนจากเงินลงทุนอื่น สำหรับท่านที่ลงทุนในสินทรัพย์อื่นอยู่ การเปรียบเทียบ ผลตอบแทนและความเสี่ยง น่าจะต้องดี หรือเสี่ยงน้อยกว่าสินทรัพย์ที่เราลงทุนอยู่แล้ว


7.หุ้นที่มีกำไรสูงผิดปกติ โดยจ่ายเงินปันผลมากในช่วงที่กำไร peak และ เมื่อกำไรกำลังจะลดลง การขายหุ้นในจุดที่กำไร peak หรือราคาหุ้นขึ้นไปสูงสุดจะเป็นการลดความเสี่ยงจากการร่วงลงของราคาหุ้นในช่วงต่อมาได้



หุ้นปันผลดี … กับจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม

การลงทุนหุ้นปันผล ปกติจะต้องเข้าซื้อกันตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. แล้วไปขายก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย “XD” โดยรอบต่อไปแนะนำให้รอเล่นหลังจากหุ้นแต่ละตัวขึ้นเครื่องหมาย “XD” ไปแล้ว หรือเข้าซื้อก่อนช่วงเวลา 1-2 เดือนก่อนขึ้น “XD” แต่หุ้นบางตัวราคาหุ้นขึ้นมามากแล้ว จึงไม่สามารถลงทุนได้ทุกตัว


จากการศึกษาข้อมูลพฤติกรรมการปรับตัวของราคาหุ้นที่ได้คัดเลือกมา 7 ตัว สรุปได้ว่าจุดซื้อที่สามารถทำผลตอบแทบได้ดีที่สุด และเป็นพฤติกรรมหลัก ๆ ของราคาหุ้นทุกตัว (ยกตัวอย่างจากที่ศึกษามา) คือ ช่วงปลายปีก่อนลงทุน และต้นปีลงทุน (ธ.ค – ม.ค) อนุมานได้ว่าหากปีนั้นไม่มีเหตุการณ์ที่มีผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ พฤติกรรมราคาของหุ้นจะมีรูปแบบคล้าย ๆ กัน โดยส่วนมากนั้นช่วงปลายปี (ก่อนลงทุน) และก่อน XD ครึ่งปีหลังสำหรับหุ้นที่มีการจ่ายปันผลมากกว่า 1 ครั้ง/ปี เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าซื้อ


สำหรับหุ้นปันผลจะแยกออกเป็น 3 แบบคือ 1. จ่ายเงินปันผลปีละครั้ง 2. จ่ายเงินปันผลมากกว่า 1 ครั้ง/ปี 3. จ่ายเงินปันผลไตรมาสละครั้ง โดยบริษัทในตลาดส่วนใหญ่จ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง ซึ่งได้คัดเลือกหุ้นปันผลที่มี Dividend Yield สูง สภาพคล่องทางการเงิน และราคาหุ้นอยู่ที่เกณฑ์ระดับที่ดีมา 7 ตัว ดังนี้  เริ่มจากปันผลปีละครั้ง คือ KTB, TISCO, AP และปันผลมากกว่า 1 ครั้ง INTUCH, PTT, SPALI และKKP


สำหรับหุ้นที่คัดเลือกมานั้น คำนึงถึง 1. Dividend Yield สูง 2. กำไรดี สภาพคล่องทางธุรกิจดี 3. ราคาหุ้นดี ขึ้นต่อได้ หรือไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง ซึ่งจะต้องมีการ update ผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ นอกจากนี้ จุดเข้าซื้อ-ขาย จะมีความสำคัญด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเพิ่มในจุดนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าซื้อ หรือขายทำกำไรตามรอบ ของผู้ที่ลงทุนในหุ้นเหล่านี้


โดยทั่วไปของการลงทุนหุ้นปันผลนั้น นักลงทุนส่วนมากจะซื้อก่อน XD และราคาหุ้นจะปรับหลังการ XD สะท้อนให้เห็นว่ามีแรงเทขายหุ้น หรือนักลงทุนบางคนมีการถือต่อ เพื่อให้ได้รับเงินปันผลเมื่อคำนวณออกมาแล้วเป็นผลตอบแทนที่พึงพอใจ จึงมีการคัดเลือกหุ้นปันผลที่คาดว่าดีที่สุดทั้งในแง่ของ Dividend Yield และภาพรวมของธุรกิจออกมา เพื่อทำการศึกษาว่าพฤติกรรมของราคาหุ้นนั้นเป็นอย่างไร และจุดไหนเหมาะสมที่สุดในการลงทุน


ดังนั้นจากการศึกษาพฤติกรรมการปรับตัวของราคาหุ้น (เปรียบเทียบกับ SETHD ซึ่งจะสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นลงของราคาหุ้นแต่ละตัวที่ได้ศึกษามา) พบว่า จุดเข้าซื้อหุ้นในรอบแรกที่ดีที่สุด คือ ช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค. (ต้นเดือน) และจุดขายรอบที่ 1 คือ ก่อนการขึ้น XD  (สำหรับคนที่เทรดสั้น ๆ ) และขายหลังจากการขึ้น XD  (สำหรับคนที่ถือยาว) หากคำนวณแล้วปันผลสามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมา


ส่วนการเข้าซื้อรอบที่ 2 (สำหรับหุ้นที่มีการจ่ายปันผลมากกว่า 1 ครั้ง/ปี) จุดเข้าซื้อที่ดีที่สุด คือ ช่วง 1-2 เดือนก่อนขึ้น XD และจุดขายรอบที่ 2 ก็เหมือนกับรอบที่ 1 คือ ขายก่อนขึ้น XD สำหรับคนเล่นสั้น และขายหลัง XD สำหรับคนที่รอใช้สิทธิปันผล


อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรคนึงในการเข้าซื้อหุ้น คือ จะต้องขายก่อนวัน “XD” (หากต้องการรับปันผลหรือผลตอบแทนจากการปรับตัวของราคาหุ้นน้อยกว่าปันผล สามารถขายหลัง “XD”ได้) เนื่องจาก 89%(จากการศึกษาหุ้นที่เลือกมา) ราคาจะปรับตัวลงแรง หลังวัน “XD



เปิดเทคนิคเทรด
7 หุ้นเด่น

จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้น PTT ในช่วงปีปกติ (56-59) พบว่า 1.จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกำไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรหุ้น PTT ในปี 56 จุดที่จะเข้าซื้อจะต้องเป็นช่วงเดือน ธ.ค.55 -ม.ค.56 (ต้นเดือน)


2.ศึกษาจากพฤติกรรมพบว่า ก่อนการขึ้น XD รอบที่ 1 ช่วงเดือน มี.ค. เป็นจุดขายที่ดี 3.ศึกษาจากพฤติกรรมพบว่า จุดเข้าซื้อรอบที่ 2 ช่วงเดือน ก..-ส.ค. เป็นจุดซื้อที่ดี และ4.ศึกษาจากพฤติกรรมพบว่า ก่อนการขึ้น XD รอบที่ 2 ช่วงเดือนก.ย. เป็น จุดขายที่ดี แต่โดยปกติของ PTT หลังจากขึ้นเครื่องหมาย XD  ราคาหุ้นจะมีการปรับตัวลงแรง ดังนั้นจึงวิเคราะห์ได้ว่าหากต้องการได้ผลตอบแทนที่ดี จึงควรขายก่อนหน้าวันขึ้น XD


ถัดมา KKP จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้นในช่วงปีปกติ (56-59) พบว่า 1.จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกำไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรหุ้น KKP ในปี 56 จุดที่จะเข้าซื้อจะต้องเป็นช่วงเดือน ธ.ค.55 2.ศึกษาจากพฤติกรรมพบว่า ก่อนการขึ้น XD รอบที่ 1 ช่วงเดือน เม.ย.เป็นจุดขายที่ดี


3.ศึกษาจากพฤติกรรมพบว่า จุดเข้าซื้อรอบที่ 2 ช่วงเดือน ส.ค.เป็น จุดซื้อที่ดี 4.ศึกษาจากพฤติกรรมพบว่า ก่อนการขึ้น XD  รอบที่ 2 ช่วงเดือน ก.ย.เป็น จุดขาย ที่ดี อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังต้องระวังภาพรวมธุรกิจของ KKP หากปี 66 ตลาดรถมือสองราคาลดลง อาจทำให้ผลกำไรส่วนนั้นอาจจะไม่เป็นไปตามคาดการณ์ และสะท้อนมายังราคาหุ้นได้


SPALI จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้น ในช่วงปีปกติ (54-57) พบว่า 1. จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกำไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรหุ้น SPALI ในปี 56 จุดที่จะเข้าซื้อจะต้องเป็นช่วงเดือน ธ.ค.55-ม.ค.56 (ต้นเดือน) 2.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่า ก่อนขึ้น XD รอบที่ 1 ช่วงเดือน เม.ย.เป็นจุดขายที่ดี 3. ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่าจุดเข้าซื้อรอบที่ 2 ช่วงเดือน ก.ค.เป็นจุดซื้อที่ดี 4.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่า ก่อนการขึ้น XD รอบที่ 2 ช่วงเดือน ก.ย.เป็น จุดขายที่ดี


INTUCH จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้น ในช่วงปีปกติ (54-57) พบว่า 1. จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกำไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรหุ้น INTUCH ในปี 56 จุดที่จะเข้าซื้อจะต้องเป็นช่วงเดือน ธ.ค.55 - ม.ค.56 (ต้นเดือน)


2.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่าก่อนการขึ้น XD รอบที่ 1 ช่วงเดือน มี.ค.เป็นจุดขายที่ดี 3. ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่า จุดเข้าซื้อรอบที่ 2 ช่วงเดือน ก.ค.เป็นจุดซื้อที่ดี 4.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่า ก่อนการขึ้น XD รอบที่ 2 ช่วงเดือน ส.ค.เป็นจุดขายที่ดี แต่อย่างที่ทราบกันว่าหุ้น INTUCH กำไรหลัก ๆ อยู่ที่ ADVANC ดังนั้นในการตัดสินใจลงทุนอาจจะต้องดูควบคู่กันไป


TISCO จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้น ในช่วงปีปกติ (56-59) พบว่า 1. จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกำไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรในปี 56 ต้องเข้าซื้อช่วงเดือน ธ.ค.55 - ม.ค.56 (ต้นเดือน) 2.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่าก่อนการขึ้น XD รอบที่ 1 ช่วงเดือน เม.ย.เป็น จุดขายที่ดี


อย่างไรก็ตามปี 66 ด้านสินเชื่อ และการขยายสาขาของ TISCO ยังดี แต่การเน้นตลาดลดมือสองในปีนี้อาจจะยังต้องจับตาดู หากราคารถมือสองไม่ดีอย่างที่คิดกำไรจากส่วนนี้อาจจะไม่เป็นตามคาด และส่งผลต่อราคาหุ้นได้


AP จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้น ในช่วงปีปกติ (56-59) พบว่า 1. จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกำไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรหุ้น KTB ในปี 56 จุดที่จะเข้าซื้อจะต้องเป็นช่วงเดือน ธ.ค. 55 - ม.ค.56 2.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่าก่อนการขึ้น XD รอบที่ 1 ช่วงเดือน เม.ย.เป็น จุดขายที่ดี


อย่างไรก็ตามปันผลของหุ้นธนาคารโดยส่วนมากจะจ่ายเพียงรอบเดียว ดังนั้นหากต้องการหาจังหวะซื้อที่ดี อาจจะต้องซื้อศึกษาสถานการณ์ของธุรกิจในช่วงเวลานั้น ๆ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ


สุดท้าย KTB จากการศึกษาพฤติกรรมของหุ้น ในช่วงปีปกติ (54-57) พบว่า 1.จุดในการเข้าซื้ออันดับแรกที่สามารถทำกาไรได้ดี คือ ปลายปีก่อนหน้า อาทิ หากต้องการทำกำไรหุ้น KTB ในปี 56 จุดที่จะเข้าซื้อจะต้องเป็นช่วงเดือน ธ.ค.55 - ก.พ.56 2.ศึกษาจากพฤติกรรม พบว่าก่อนการขึ้น “XD ” รอบที่ 1 ช่วงเดือน เม.ย.เป็นจุดขายที่ดี


ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

Senior Content Creator

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us