KJL วางเป้ารายได้ 5 ปี โตไม่ต่ำกว่า 10-15% เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่ม เตรียมเพิ่มไลน์สินค้าแตะ 1,000 รายการ
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานปี 66 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ไม่น้อยกว่า 10-15% จากปีก่อน รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ไม่น้อยกว่า 28-30% และ 13-14% ตามลำดับ โดยจะเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มโรงพยาบาล อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน กลุ่มอุตสาหกรรม IT และ Data Center
รวมถึงเทคโนโลยี IOT ที่จะตอบสนองธุรกิจ และการต่อยอดธุรกิจสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ด้วยการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ทำให้คาดการณ์ว่าเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI ) ที่จะไหลเข้าสู่ระบบในปี 2566 จะสูงกว่า 600,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC ของภาคเอกชน ขณะเดียวกับภาครัฐยังเดินหน้าขยายโครงการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าเป็นเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 200,000 ล้านบาท
สำหรับในส่วนอสังหาริมทรัพย์จะเห็นว่าผู้ประกอบการหลายรายยังมีการพัฒนาโครงการใหม่มาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการขยายตัวของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไฟฟ้าทุกระดับตั้งแต่ครัวเรือนไปจนถึงอุตสาหกรรม สอดรับการใช้ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานทดแทนในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจะเดินหน้าในการเพิ่มขีดความสามารถในการขายผ่านดีลเลอร์ให้เพิ่มขึ้นจาก 400 ราย เป็น 800 ราย และจะคงความสามารถในการรักษาระดับอัตราการใช้กำลังการผลิตปีนี้ไว้ที่เฉลี่ย 70-80% ต่อปีได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้จากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมา ส่งผลให้บริษัทมองว่ามีโอกาสได้รับงานใหม่ๆ ได้เพิ่ม นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รับคำสั่งผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ติดตั้งภายในรถพยาบาลเข้ามาเพิ่ม 100-200 คัน คาดว่าจะทยอยส่งมอบและรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในไตรมาส 1/66 และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2/66
ขณะเดียวกันด้วยกำลังการผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า และสินค้าโลหะพิเศษแปรรูปสั่งผลิตพิเศษ เพิ่มขึ้น 10-15% จากเดิมที่มีกำลังผลิตสินค้า 20 ล้านชิ้นต่อปี เป็น 30 ล้านชิ้นต่อปี ช่วยหนุนยอดขายได้เพิ่มในปีนี้
ส่วนงบประมาณลงทุนในปี 66 บริษัทวางไว้ที่ราว 250 ล้านบาท แบ่งออกเป็นเพื่อรองรับการลงทุนในเครื่องจักรผลิต และการนำเทคโนโลยีระบบควบคุมการผลิตแบบ Industry 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ได้แก่ เครื่องตัดเลเซอร์ เครื่องเจาะด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องพับ และหุ่นยนต์พับอัตโนมัติ เป็นต้น ประมาณ 150 ล้านบาท, การลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 25 ล้านบาท การก่อสร้างอาคารใหม่ 50-60 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกราว 15-25 ใช้รองรับการปรับปรุงเครื่องมือแะลอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ในโรงงาน
ทั้งนี้ ในปี 66-70 บริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตให้กับรายได้รวมไว้ที่เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10-15% ต่อปี ขยายสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้วกว่า 700 รายการ (SKUs) ให้เพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 SKUs ขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มเป็นกว่า 3,500 ตารางเมตร จากปัจจุบันที่มีพื้นที่รวม 2,800 ตารางเมตร แบ่งเป็นคลังสินค้าในเฟสที่ 1 ขนาด 2,200 ตารางเมตร และเฟสที่ 2 ขนาด 600 ตารางเมตร สร้างเครือข่ายการขนส่งสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รักษาระดับอัตราการใช้กำลังการผลิตไว้ที่เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 70-80% ต่อปี โดยภายในไตรมาส 4/2568 จะมีขนาดกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 40 ล้านชั้นต่อปี
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ระดับ 1,026.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.73 ล้านบาท หรือคิดเป็นเติบโต 21.38% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 845.34 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 131.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.59 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 39.97% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 94.04 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 28.62% จากปีก่อนที่ 25.46% และอัตรากำไรสุทธิปรับสูงเป็น 12.83% จากปีก่อนที่ 11.12%
