เฉลยสาเหตุ! ต่างชาติจัดหนักขายหุ้นไทย ด้านนักวิเคราะห์เปิด 4 เหตุผลหลัก หนุนต่างชาติ ลุยซื้อหุ้นไทยเร็วๆนี้กว่า 8 พันลบ.

ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยโดนเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างหนัก ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 66 จนถึงวันที่ 24 .. 66 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยไปแล้วกว่า 19,390 ล้านบาท จนเกิดเป็นคำถามว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นไทย และเมื่อไหร่ถึงจะหยุดขาย


โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้ให้มุมมองในรายการ Wealth Designs by Yuanta ถึงสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่อง และให้จับตา 4 ปัจจัยที่จะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหยุดขายหุ้นไทย


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในหุ้นไทยไปแล้วประมาณ 19,390 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยเดือนม.. 66 ค่าเงินบาทแข็งค่าถึง 5% กระทบกับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) กระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ออกมา เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไปทำให้กองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Fund) เข้ามาขายทำกำไรในส่วนนี้


ทั้งนี้ ประเมินปัจจัยที่จะส่งผลให้ค่าเงินบาทเริ่มทรงตัวและอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการขายสุทธิหุ้นไทย คือ  1. ค่าเงินบาทกลับมาอยู่ที่ระกับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ที่อยู่ที่ 34.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มชะลอตัว, 2. ต้นทุนเฉลี่ยของต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 35-35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เริ่มไม่มีกำไรจากค่าเงินบาทแล้ว ทำให้ไม่มีแรงกระตุ้นให้ขายหุ้นเพื่อเก็งกำไรส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยน


3.หากดูสถิติย้อนหลังนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยยาวนานสุดอยู่ที่ 25 วัน ซึ่งปัจจุบันขายไปแล้วราว 20 วัน ดังนั้นจึงเหลือวันอีกไม่มากแล้ว และคาดว่าจะเห็นการย้อนกลับ และ 4. สัปดาห์นี้แรงขายเงินบาทจะลดลง จากการปรับน้ำหนัก MSCI ในวันที่ 28 .. นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำหนักในหุ้นไทยสุทธิ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท อีกทั้งหากหุ้น TRUEE กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 3 มี.. 66 จะได้คำสั่งซื้อจาก MSCI ราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วย


ดังนั้น หากค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เริ่มทรงตัว ประกอบกับปัจจัยทั้งต้นทุนเฉลี่ยของต่างชาติและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนที่เริ่มนิ่ง คาดจะเริ่มเห็นการทรงตัวของตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ ยังต้องรอติดตามปัจจัยด้านเมือง การประกาศยุบสภาและวันเลือกตั้งด้วย


โดยประเด็นที่ต้องติดตามในเดือนมี.. 66  คือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ทั้งการรายงานภาวะเศรษฐกิจในเดือนม.. ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องในทุกภาคธุรกิจจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เร่งขึ้นหลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ


ทั้งนี้ ในเชิงมูลค่าของตลาดหุ้นไทยไม่ได้แพงแล้ว เพราะที่ตลาดหุ้นไทยทรงอยู่ตัวอยู่ได้เกิดจาก DELTA ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ ในดัชนีถูกกว่าปกติ เพราะ DELTA เข้ามาหนุนดัชนีประมาณ 14-15 จุด หากตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงต่อ อยากให้นักลงทุนดู DELTA ประกอบ เพราะหากไม่รวม DELTA ดัชนีจะปรับตัวลงมากกว่านี้เกือบ 10 จุด


อย่างไรก็ตาม เมื่อมีจุดเปลี่ยนที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะที่กองทุนยังมีการซื้อสุทธิต่อเนื่อง และหากแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติลดลง ตลาดหุ้นไทยน่าจะเริ่มประคองตัวได้ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 .. 66) หากปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 1,625-1,620 จุด มีโอกาสที่จะฟื้นตัว นักลงทุนสามารถซื้อเพื่อรอโอกาสรีบาวน์



[หุ้นแนะนำ]

สำหรับหุ้นแนะนำ เลือกหุ้นรายตัวที่ให้ปันผลดีและผลประกอบการดี ได้แก่  SCB ประเมินว่าราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบาก หลังประกาศเงินปันผลหุ้นละ 5.19 บาท สูงกว่าคาคของตลาด ให้ Dividend Yeld สูงถึง 5.1% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 เม.ย. 66 ขณะที่กลุ่มธนาคารมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ หากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนม.ค. 66 ในวันอังคารนี้ออกมาดี และส่งสัญญาณชัดเจนต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่จะได้แรงหนุนที่ชัดเจนขึ้นจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนะนำ สะสม แนวต้านทางเทคนิค 105.00 บาท


BRI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 ที่ 411 ล้านบาท เตินโต 174% จากไตรมาเดียวกันแก่อน และ 24% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำระดับสูงสุดใหม่รายใตรมาสของบริษัท และออกมาดีกว่าคาคถึง 25% พร้อมประกาศเงินปันผลปิ 66 หุ้นละ 0.65 บาท ขึ้น XD วันที่ 3 พ.ค. 66 ให้ Dhidend Yald สูงถึง 6.2% คาดแผนการเปิดตัวโครงการในปีนี้จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เบื้องตันคาดการณ์ที่ 15 โครงการรวม 2.5 หมื่นล้านบาทเป็นอย่งน้อย ฝ่ายวิเคราะห์มีแนวโน้มทบทวนประมาณการกำไรขึ้นหลังได้ข้อมูลการแถลงแผนธุรกิจปีนี้จากบริษัท สะสม แนะน สะสม แนวต้านทางเทคนิค 12.50 บาท


PRM รายงานกำไรปกติไตรมาส 4/65 ที่ 582 ล้านบาท เติบโต 30% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 33% จากไตรมาสก่อนหน้า ดีกว่าคาดราว 18% จากรายได้ที่ทำระดับสูงสุดใหม่ และอัครากำไรขั้นต้นเร่งตัวขึ้นสูงสุดรอบ 8 ไตรมาส เนื่องจากต้นทุนค่าเช่าทรงตัว และต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง


ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2566 ขึ้น 35% เป็น 1.88 พันล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้เรือใหม่เต็มปี และความต้องการใช้เรือชนส่งน้ำมันเพิ่มชื้นจากการเติบโตของภาคท่องเที่ยว ประกาศเงินปันผลครึ่งหลังปี 65 หุ้นละ 0.25 บาท ให้ Dividend Yield 32% ขึ้น XD วันที่ 3 พ.ค. 66 แนะนำ เก็งกำไร แนวต้านทางเทคนิค 8.40 บาท


และสุดท้าย ADVANC มีปัจจัยบวกรออยู่ในปี 2566 ได้แก่ 1.คาดรายได้ต่อหมายเลข (ARPU) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลงและจำนวนผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้น, 2.ปิดดีลซื้อธุรกิจ Internet Broadband ของ TITBB, 3.การลงทุนในธุรกิจ Hyper scale data center และ 4.โอกาสในการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน แนะนำ เก็งกำไร แนวต้านทางเทคนิค 206.00 บาท

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us