SABUY ดัน 2 บริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้น ตั้งเป้าปี 66 รายได้แตะ 2 หมื่นลบ.โต 400% พร้อมร่วมมือ “เจมาร์ท” หลังเข้าถือ SINGER
SABUY เผยมีแผนนำ 3 บริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แย้มมีพันธมิตรสนใจเข้าถือหุ้น SABUY SPEED มั่นใจรายได้ปี 66 เติบโตตามเป้า 20,000 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบ 10,000 ล้านบาท ขยายการลงทุนต่อเนื่อง ยอมรับเข้าลงทุนใน SINGER จริง ชี้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนบริษัท
นายวิรัช มรกตกาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์และการลงทุน บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะ Spin-Off บริษัท นครหลวง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (NKON) และ บริษัท สบาย สปีด จำกัด (SABUY SPEED) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ SABUY ถือหุ้นในสัดส่วน 25% และ 82% ตามลำดับ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ซึ่ง SABUY SPEED มีความตั้งใจที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2568
โดยปัจจุบัน SABUY SPEED มี Strategic Partner (พันธมิตรเชิงกลยุทธ์) เข้ามาพูดคุยเพื่อถือหุ้นร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมีแผนจะขายหุ้นบางส่วนของ SABUY SPEED ให้กับ Strategic Partner ที่จะสามารถต่อยอดการเติบโตให้บริษัทได้ โดยสัดส่วนการถือหุ้นจะพิจารณาจาก Strategic Partner ที่เข้ามาเป็นหลัก เบื้องต้นคาดการณ์สัดส่วนไว้ที่ราว 20-25%
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (BZB) ที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 30% ก็มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นแผนที่วางไว้ก่อนบริษัทจะเข้าไปถือหุ้น เพียงแต่รอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม
สำหรับแนวโน้มในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 20,000 ล้านบาท เติบโต 400% จากปีก่อน ซึ่งจะมาจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ ดังนี้ ธุรกิจ Machine/Kiosk คาดจะทำรายได้ 2,900 ล้านบาท, ธุรกิจ Consumer Merchandising คาดจะทำรายได้ 3,200 ล้านบาท, ธุรกิจ Drop-Off Shop & Service ทำรายได้ 3,300 ล้านบาท, ธุรกิจ Solution & Platform ทำรายได้ 3,500 ล้านบาท, ธุรกิจ Financial Service ทำรายได้ 1,000 ล้านบาท และธุรกิจ Innotainment & Infrastructure คาดจะทำรายได้ 6,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการลงทุนที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจเป็นจำนวนมาก และมีแผนจะลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยวางงบลงทุนรวมในปี 2566 ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท โดยจะเน้นลงทุนใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ Smart Solutions, Payments, Touchpoints, Commerce และ Financial Services
ทั้งนี้ บริษัทยอมรับว่าได้เข้าลงทุนในบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER จริง โดยเป็นการซื้อหุ้นผ่านกระดานในสัดส่วน 5% เนื่องจากมีสภาพคล่องเหลือจากการขายหุ้นกู้ จึงมีการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพตามนโยบายการลงทุนของบริษัท ซึ่งปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของบริษัทมีการถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 5 บริษัท ไม่ได้มีเพียง SINGER แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีการพูดคุยกับ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SINGER แต่หากในอนาคตจะมีการพัฒนาไปสู่การ Synergy ร่วมกัน บริษัทก็มีความยินดี
