THAI ขาดทุนยับ 1.4 แสนล้านบาท โดนแขวนห้ามซื้อขายเหตุผู้สอบฯไม่รับรองงบ !!
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยการขึ้นเครื่องหมาย SP บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI วันที่ 25 ก.พ. 2564 โดยตลาดหลักทรัพย์ให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างพิจารณาว่าบริษัทเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน กรณีส่วนผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ โดยจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการหรือภายในวันที่ 8 มีนาคม 2564
ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย NP โดยจะขึ้นเครื่องหมาย1 มี.ค. 2564 เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินปี 2563 ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต.อาจสั่งการให้บริษัทแก้ไขงบการเงินได้ ทั้งนี้ THAI เป็นหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย "C" เนื่องจากมีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว และศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
สำหรับผลประกอบการงวดปี 63 บริษัทขาดทุนสุทธิ จำนวน 141,180 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 129,163 ล้านบาท โดยเป็นการขาดทุนสุทธิที่ส่วนใหญ่เป็นของบริษัทใหญ่ 141,171 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 64.68 บาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนต่อหุ้น 5.51 บาท ซึ่งมีกำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงินปกติ ภาษี และค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ผลขาดทุนจากการด้อยค่าองสินทรัพย์ถาวร ผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตาม TFRS9 กำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุน ผลขาดทุนสำหรับการป้องกันความเสี่ยงของกลุ่มรายการของฐานะสุทธิ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (EBITDA) ติดลบจำนวน 11,319 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรเท่ากับ 9,345 ล้านบาท โดยมี EBITDA Margin เท่ากับ -23.4% เปรียบเทียบกับปีก่อนที่ 5.1%
ขณะเดียวกัน มีรายได้รวม 48,311 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 135,735 ล้านบาท ลดลง 73.8% สาเหตุจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าลดลง 125,772 ล้านบาท หรือลดลง 75.4% ซึ่งรายได้บริการอื่นๆลดลง 7,554 ล้านบาท ลดลง 53.1% เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศทั้งของประเทศไทย และต่างประเทศต่างๆ สำหรับค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 96,430 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 100,040 ล้านบาท เกิดจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่แปรผันตามปริมาณการผลิต หรือปริมาณการขนส่ง และผู้โดยสารลดลงจากปริมาณการผลิต และปริมาณการขนส่ง รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ในปี 63 บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวรวม 91,978 ล้านบาท ได้แก่ สำรองเงินชดเชยพนักงงานในโครงการร่วมใจจากองค์กร Mutual Separation Plan A จำนวน 3,098 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องบิน และสินทรัพย์การใช้และอุปกรณ์การบินหมุนเวียน จำนวน 82,703 ล้านบาท ประกอบกับผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 จำนวน 261 ล้านบาท รวมถึงมีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุน ในบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 206 ล้านบาท
นอกจากนี้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จำนวน 895 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการตีมูลค่าทางบัญชีของหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ รวมหนี้สินตามสัญญาเช่าดำเนินงานเครื่องบินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 อีกทั้งมีผลขาดทุนสำหรับการป้องกันความเสี่ยงของกลุ่มรายการของฐานะสุทธิ จำนวน 5,227 ล้านบาท
