สรุปวิธีหาหุ้นแบบ “เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์” เจาะกลยุทธ์ลงทุนแบบไฮบริด พื้นฐาน และเทคนิค
เสี่ยยักษ์ หรือ “วิชัย วชิรพงศ์” นักลงทุนผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการตลาดหุ้นไทยมาอย่างยาวนาน จนถือได้ว่าเป็นแบบอย่าง และต้นแบบด้านการนักลงทุนให้กับนักลงทุนหลายคน โดย “เสี่ยยักษ์” มีประสบการณ์ลงทุนมาอย่างยาวนานและถือเป็นนักลงทุนประเภทสายพื้นฐาน และสายเทคนิค
ด้วยความที่เน้นการซื้อหุ้นที่มีโอกาสทำกำไรสูงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จำกัด และที่สำคัญคือทำให้ “เสี่ยยักษ์” ประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างมาก โดยวิธีกรลงทุนที่ทำให้ประสบความสำเร็จ จนถึงทุกวันนี้ถือว่าควรค่าแก่การศึกษาอย่างยิ่ง ดังนั้นในครั้งนี้ “WealthyThai จึงจะพานักลงทุนไปหาคำตอบ
โดยวิธีการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนของ “เสี่ยยักษ์” นั้น จะต้องดูพื้นฐานของหุ้น และเลือกหุ้นในหมวดธุรกิจที่มีความตนเองมีความถนัด เลือกหุ้นในลักษณะที่เราเคยประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นที่เป็นรัฐวิสาหกิจแปรรูปเป็นเอกชนอย่างเช่น PTT
เทคนิคถัดไปคือ จะต้อลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าหุ้นต่ำ จะไม่เลือกลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าสูง ขณะเดียวกันจะต้องเป็นหุ้นที่ไม่มีนักลงทุนสนใจ และไม่คิดว่ามันจะดี ประกอบกับจะต้องเป็นหุ้นที่คิดว่ากำลัง Turnaround แย่มาก่อนแต่ในอนาคตกำลังมีแนวโน้มที่จะดี ซึ่ง “เสี่ยยักษ์” บอกว่าจะต้องใช้จินตนการ พิจารณาเพิ่มเติมว่าหุ้นที่เราลงทุนดังกล่าวจะสามารถกลับมา Turnaround เป็นหุ้นที่ดีได้อีกหรือไม่
เทคนิคต่อมาของ “เสี่ยยักษ์” คือจะต้องดูปัจจัยทางพื้นฐานว่าหุ้นดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน เพราะบางกรณีอาจจะมีหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นชั่วคราว
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อราคาหุ้นที่ปรับลดลงมา จึงทำให้นักลงทุนที่อยู่ในตลาดเกิดอาการเปลี่ยนใจ เพราะเคยมองว่าเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจโมเดลธุรกิจดี แต่พอเมื่อราคาหุ้นตก ก็กลับถูกมองว่ากลายเป็นหุ้นที่แย่ ซึ่งจริงๆแล้วพื้นฐานธุรกิจอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเร็วขนาดนั้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือกลับเป็นใจของนักลงทุน ดังนั้นจะต้องลองดูว่าหากปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนนั้น ก็สามารถเป็นหุ้นที่เราเลือกลงทุนได้
รวมถึงเทคนิคถัดไปจะต้องเน้นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ถ้าหากเราสามารถหาหุ้นแบบนั้นได้ จะทำให้เราเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และจะส่งผลให้การลงทุนของเราในครั้งนี้จะมีกำไรได้สูงขึ้นขณะเดียวกันสิ่งที่ “เสี่ยยักษ์” บอกนักลงทุนมาตลอดคือ อย่าพึ่งนึกถึงกำไร อันดับแรกจะต้องไม่แพ้ หรือก็คือจะต้องไม่ขาดทุน
อีกทั้งการที่เราซื้อหุ้นนั้นจะต้องลงทุนในระยะยาวเป็นหลัก โดย “เสี่ยยักษ์” บอกว่าจากประสบการณ์โดยตรงนั้น ไม่เคนเจอนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นทุกวัน แล้วประสบความสำเร็จ ร่ำรวย มั่งคั่ง ดังนั้นเองถ้าหากพื้นฐานบริษัทไม่เปลี่ยนแปลงและทิศทางยังดีอยู่ให้ถือและเติบโตไปพร้อมๆกับบริษัท
สำหรับประเด็นสุดท้ายในการเลือกซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐานคือ การดูที่ผู้บริหาร โดยผู้บริหารจะต้องมีความกล้าฝัน มีเกียรติ กล้าทำ กล้ารับ และมีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่นผู้บริหารของ CK หรือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับวิกฤต แต่ก็เลือกที่จะไม่ผิดนัดชำระหนี้
นอกจากเหนือจากปัจจัยทางพื้นฐานแล้ว “เสี่ยยักษ์” ยังใช้ปัจจัยทางเทคนิคเข้ามามีส่วนในการเลือกซื้อหุ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการช่วยปิดจุดอ่อนของการเลือกซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐาน กับปัจจัยทางเทคนิค โดยวิธีการใช้เทคนิคสไตล์ “เสี่ยยักษ์” ข้อแรก คือ ถ้าราคาหุ้นมีการเบรก Trendline สามารถทะลุขึ้นไป แสดงว่าหุ้นมีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย ประกอบกับใช้เทคนิคหากรณีที่ราคาหุ้นตัดขึ้นในแบบ Timeframe Monthly
สำหรับเทคนิคของในมุมของการขาย ถ้าหากราคาหุ้นมีการทำนิวไฮต่อเนื่อง “เสี่ยยักษ์” จะไม่มีความกังวลและจะถือหุ้นไปต่อเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าราคาหุ้นไม่เริ่มทำนิวไฮ หรือทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม ซึ่งอาจจะบ่งบอกถึงสัญญาณและกำลังซื้อที่หุ้นจะถดถอย และถึงจุดสูงสุดไปแล้ว
ทั้งนี้นอกจากการลงทุนในหุ้นแล้ว “เสี่ยยักษ์” ยังได้กระจายการลงทุนด้วยการซื้อที่ดิน ซึ่งที่ดินนั้นถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ดีที่จะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี แต่อาจจะไม่สูงเท่าหุ้น แต่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนด้านความมั่นคง และมีความผันผวนที่น้อยกว่าหุ้น
สุดท้าย บทเรียนสำหรับนักลงทุน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเจอกับความผิดพลาด ขาดทุนจากหุ้นบางตัวให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง และยอมแก้ไข
ทั้งหมดนี้คือ วิธีหาหุ้นแบบ “เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์” ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐาน และทางเทคนิค และเชิงจิตวิทยา ซึ่งถือเป็นบทเรียนทรงคุณค่าที่นักลงทุนไทยทุกคนจะต้องเรียนรู้
