DCA 5 หุ้นวัคซีน Covid-19 จะได้กำไรเท่าไหร่?
หนึ่งในปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ มาจากปัจจัยบวกเรื่องการฉีดวัคซีน Covid-19 ซึ่งถ้านับทั่วโลกปัจจุบันมีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 123.4 ล้านคน หรือคิดเป็น 1.58% ของประชากรทั้งโลก โดยประเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุดในโลกคือ อิสราเอล ที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว 47% ของประชากรทั้งหมดที่มีเพียง 9 ล้านคน รองลงมาคือ อังกฤษ บาห์เรน สหรัฐฯ ตุรกี สิงคโปร์ เป็นต้น
สำหรับประเทศไทยเอง “วัคซีนชุดแรก” จำนวน 200,000 โดส จากบริษัท Sinovac จะเริ่มฉีดได้ช่วงปลายเดือนก.พ.-มี.ค.64 และจะทยอยต่อเนื่องทั้งปี ตามเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าว่า จะฉีดวัคซีนฟรีให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 63 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมประชากรราว 31.5 ล้านราย หรือคิดเป็น 45.7% ของประชากรทั้งประเทศ
โดย 5 หุ้นรับธีมวัคซีน Covid-19 ที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ ประกอบด้วย AOT, MINT, CENTEL, CPN และ CRC เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เรามาดูกันว่า ถ้า DCA 5 หุ้นเกาะกระแสวัคซีน Covid-19 ผลตอบแทนจะออกมาเป็นอย่างไร
สำหรับหุ้นใหญ่อย่าง AOT นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าปี 2563/64 จะขาดทุน 6,400 ล้านบาท แต่กำไรจะฟื้นตัวแรงปี 2564/65 และ 2565/66 ที่14,000 ล้านบาท และ 29,000 ล้านบาท ตามลำดับ จากการเปิดประเทศและการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากภาครัฐ ตั้งแต่ไตรมาส 4/2563 ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า ราคาเป้าหมาย หุ้น AOT ณ สิ้นปี 2564 น่าจะอยู่ที่ 75.50 บาทต่อหุ้น โดยมอง AOT เป็นตัวแทนของการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในยุค Post COVID-19 ขณะเดียวกัน AOT ยังมีปัจจัยเฉพาะจากการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว และความสามารถการแข่งขันของ AOT ที่อยู่ในตำแหน่งห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งประเมินว่าความเชื่อมั่นดังกล่าวของตลาดพร้อมจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังการกระจายวัคซีนทั่วโลกในช่วง 1 ปีต่อจากนี้
ส่วน MINT นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า จากสถานการณ์การระบาดรอบใหม่ของ Covid-19 ในประเทศไทย และการระบาดของกลุ่มประเทศในยุโรปในปัจจุบัน คาดว่าผลกระทบไม่น่าจะเท่ากับช่วงไตรมาส 2/2563 ในขณะเดียวกันการนำวัคซีนออกมาใช้ ก็น่าจะทำให้นักลงทุนหันไปสนใจ “มูลค่าธุรกิจในระยะยาว” ในช่วงหลัง Covid-19 จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 32 บาท
ด้าน CENTEL นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า การทยอยฉีดวัคซีน Covid-19 จะช่วยหนุนการเติบโตของ CENTEL ในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานของแบรนด์หลักอย่างเช่น KFC และ Mister Donut ยังคงฟื้นตัวเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ เนื่องจากบริการ delivery ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 31 จากการเติบโตช่วงหลัง Covid-19
ส่วน CPN นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPN แม้คาดว่ากำไรในปีนี้น่าจะยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ประเมินว่าจะฟื้นตัวจากการให้ส่วนลดค่าเช่าที่น้อยลง ประกอบกับการที่ CPN สามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์ เป็นต้นมา นอกจากนี้มีการเปิดโครงการใหม่ที่อยุธยาและศรีราชา และการบันทึกกำไรพิเศษ ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท จากการขายทรัพย์สินของเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา และเซ็นทรัล ลำปางให้กับ CPNREIT นอกจากนี้แล้ว CPN ยังประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2563 เท่ากับ 0.70 บาท/หุ้น (XD 4 มี.ค.) คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.4%

