TU ดิ่งแรงทะลุ 4% หวั่นตั้งสำรอง หากมีการขาย Red lobster กูรูชี้! กระทบแค่ครั้งเดียว แต่เป็นผลดีระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ในช่วงบ่ายวานนี้(วันที่ 10 มี.ค. 66) ปรับตัวลดลงถึง 4.67% หรือลงมาอยู่ที่ราคา 14.30 บาท จากความเห็นนักวิเคราะห์มองถึงความกังวลของตลาดจากผลกระทบในการตั้งสำรองหากมีการขาย Red lobster
โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ความเห็นถึงการปรับตัวลงของราคาหุ้น จากตลาดกังวลการตั้งสำรอง หากมีการขาย Red lobster (ตามรายงานข่าว Bloomberg) ซึ่งมองว่าหากขายจริงจะเป็นเพียงผลกระทบเพียงครั้งเดียว แต่การขาย Red lobster เป็นบวกระยะยาว เพราะเป็นธุรกิจที่มีผลขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นอัพไซด์มากกว่าดาวน์ไซด์ แนะนำ “สะสม”
ด้านบทวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้ความเห็นถึงภาพรวมราคาหุ้นที่ปรับลง มาจากประเด็นข่าวจากBloomberg ที่มีการกล่าวถึงในเรื่องของโอกาสในการออกจากธุรกิจ Red Lobster หาก Red Lobster ไม่สามารถทำตามพันธสัญญ าคือ EBITDA ที่รวม 60 ล้านเหรียญฯ ภายในช่วงธ.ค.65 – พ.ค.66 และผลการดำเนินในไตรมาส 1/66 ไม่สดใส
ทั้งนี้ ประเด็นหลักน่าจะเป็นเรื่อง Red Lobster คือ ในกรณีที่ Red Lobster ไม่สามารถทำตามพันธสัญญาดังกล่าวได้ จะทำให้ TU อาจจะต้องมีการตั้งสำรองเงินค้ำประกันที่มีให้กับ Red Lobster คิดเป็นมูลค่า 65 ล้านเหรียญฯ (2.3 พันล้านบาท) เข้ามา ซึ่งคิดเป็นราว 30% ของกำไรปี 2566
ทั้งนี้ จากที่ทำการตรวจสอบกับทางบริษัทปัจจุบันผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ยังทำได้ตามเป้าหมายที่ระบุไว้อยู่ ซึ่งประเด็นข่าวนี้มีการกล่าวถึงในที่ประชุมอยู่แล้ว แต่น่าจะมีการย้ำผ่าน Bloomberg ออกมา ทำให้ตลาดกลับมามีความกังวลอีกครั้ง
