Official Update :

ห้ามพลาด! 4 ประเด็นใหญ่ อาจกดตลาดหุ้นในรอบสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์แนะ "ไม่ควรตื่นตระหนก"

ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ด้วยการประกาศตัวเลขสำคัญของหลายๆประเทศ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก แต่นักลงทุนไทยจะต้องมีการรับมือเช่นไรหรือปรับพอร์ตอย่าง ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จะนำมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันกันในครั้งนี้


โดยบทวิเคราะห์ของบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ให้มุมมองถึง 4 ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาและปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อการลงทุน ประกอบไปด้วยตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐฯ โดยตลาดคาดจะชะลอลงมาอยู่ที่ 6.2% ขณะที่ทางทีมวิจัยคาดการณ์ที่ 6.1% จาก 6.5% ในเดือน มกราคม 2566


ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีน เช่น ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุนสินทรัพย์ถาวร ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นตาม PMI หรือไม่ พร้อมกันนี้ยอดค้าปลีกของสหรัฐ ว่าจะยังขยายตัวดีต่อจากเดือนก่อนที่ +3.0% และสุดท้ายการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 50 จุด สู่ 3% หรือไม่


อย่างไรก็ดีแม้ว่ายังมีความเสี่ยงที่รออยู่ แต่ต้องไม่ละเลยการลงทุนและการบริหารสินทรัพย์ต่างๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของภาพในระยะยาว การเข้าใจความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบด้าน จะช่วยให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนของให้สอดคล้องกับสถานะการณ์ได้อย่างเหมาะสม


โดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปจนหันมาถือเงินสดเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการติดตามภาวะตลาดและปรับเปลี่ยนการลงทุนให้สอดคล้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ทางการเงินที่ต้องการ


ด้านบทวิเคราะห์ขอบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ได้คาดกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ 1570-1610 จุด  ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากกรณีของ SVB ความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ จะสูงขึ้น ,เงินเฟ้อสหรัฐฯอาจมีผลต่อตลาดน้อยกว่า ,ปัญหา SVBที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯต้องอัดฉีดเงินเข้าระบบ


โดยการล้มของ SVB กระทบตลาดสั้นๆ แต่หากจัดการไม่ได้และลุกลาม จะกระทบต่อสินทรัพย์การเงินทั่วโลกโดยเฉพาะคริปโตเคอเรนซี่และธนาคารกลางสหรัฐฯอาจขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยลง อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นไทยจะถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกและดอลล่าร์แข็ง ทำให้นักลงทุนต่างประเทศขายหุ้น เพื่อลดความเสี่ยงและการเลือกตั้งยังไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ชนะ จึงไม่ได้ช่วยตลาดในตอนนี้


ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสดรอให้ตลาดจบความกังวลในเรื่องนี้ก่อน ซึ่งในกรณีที่เลวร้าย กรณีของ SVB อาจทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลง หุ้นที่เสี่ยงจะเป็นธุรกิจอิงรายได้ต่างประเทศ หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศถือไว้มาก แต่สำหรับนักเก็งกำไร หากตลาดเปิดด้วยการตื่นตกใจ ก็จะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรช่วงสั้น

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us