BGRIM จัดทัพเข้าประมูลโรงไฟฟ้าอีก 3.68 พันเมก กางแผนปี 66 มีโรงไฟฟ้า COD อีก 4 โครงการ เล็งทุ่มงบลงทุน 4.25 แสนลบ. อัพกำลังผลิตเพิ่ม

BGRIM เผยโรงไฟฟ้าผ่านเกณฑ์รับซื้อไฟจากกกพ. 25 โครงการ รวมกว่า 500 เมกะวัตต์ เล็งเข้าร่วมประมูลแผนรับซื้อไฟเพิ่ม 3,668.5 เมกะวัตต์ พร้อมบุกต่างประเทศต่อเนื่อง ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าที่เวียดนาม 20 เมกะวัตต์-ยุโรป 200-300 เมกะวัตต์


นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าประเภทไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 จำนวน 5,203 เมกะวัตต์ นั้น บริษัทผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 25 โครงการ รวมเป็นกำลังผลิตมากกว่า 500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทยังมองเห็นโอกาสจากแผนการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มอีก 3,668.5 เมกะวัตต์ ของกกพ. โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา เบื้องต้นสนใจในส่วนของธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์


สำหรับความคืบหน้าการเข้าลงทุนใน  Lotuscom Limited Liability Company ซึ่งประกอบธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อปในประเทศเวียดนาม โดยบริษัทตั้งเป้ากำลังผลิตที่ 20 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก


ส่วนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในยุโรป บริษัทตั้งเป้ากำลังผลิตรวมที่ 200-300 เมกะวัตต์ ซึ่งเฟสแรกอาจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าประมาณ 100-150 เมกะวัตต์ คาดใช้งบลงทุนราว 5,000-7,000 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งเงินลงทุนจะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในอัตรา  70 ต่อ 30


ด้านโครงการ LNG-to-Power ขนาด 3,800 เมกะวัตต์ ในมุย เค กา จังหวัดบินห์ทวน ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของแผนแม่บทการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับที่ 8 ของรัฐบาลเวียดนาม อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นน่าจะมีการส่งผ่านค่าก๊าซฯ ไปยังค่าไฟเพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ประกอบการ


ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัทยังมุ่งขยายการลงทุนต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าทั้งหมด 4 โครงการ รวมเป็นกำลังผลิต 438 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม BGPM2R, โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน อู่ตะเภา และโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 2 โครงการ BGPAT2&3


รวมถึงตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ใหม่ด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 50-60 เมกะวัตต์ จากปีก่อนอยู่ที่ 30 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างน้อย 50-70 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่บริษัทสามารถนำกลับมาบริหารจัดการเอง 1 โครงการ คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายราว 20-25 ล้านบาทต่อปี


ขณะที่แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้า SPP คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 400-450 บาทต่อล้าน BTU ในปี 2566 จาก 476 บาทต่อล้าน BTU ในปี 2565


อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมุ่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า เพื่อเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ตามเป้าหมาย 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 ซึ่งสัดส่วน 94% เป็นการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและกลุ่มอุตสาหกรรม  โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 425,400 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นงบลงทุนของบริษัทราว 70,000 ล้านบาท มาจากกระแสเงินสด 10,000 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 45,000 ล้านบาท และการระดมทุนอีก 15,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ หรือ Perpetual bond เพื่อรรองรับ

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us